แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอเดียเริ่มต้นธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอเดียเริ่มต้นธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เครื่องเขียนอุดมพานิช

เครื่องเขียนอุดมพานิช

ความเป็นมา

บริษัท อุดมพานิช คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ นำเข้า จัดจำหน่ายและผลิตเครื่องเขียนที่อยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ โดยดำเนินธุรกิจในรูปของบริษัทจำกัดมาตั้งแต่ปี 2528 มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดยมีคุณกิตติ อดิเรก ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัทในปัจจุบัน คุณกิตติได้เปิดเผยว่า ได้ดำเนินกิจการจัดจำหน่ายและผลิตอุปกรณ์เครื่องเขียนมาเป็นเวลายาวนานมากกว่า 25 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนก่อน และในเวลาต่อมาได้ทำการขยายกิจการเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าด้วยตนเอง เนื่องจากเล็งเห็นว่า การผลิตเพื่อจัดจำหน่ายเองในผลิตภัณฑ์บางชนิดนั้น ช่วยให้กิจการสามารถลดต้นทุนการประกอบการของผลิตภัณฑ์นั้นลงได้ อีกทั้งยังสร้างช่วงห่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนหรือกำไรได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการรับมาจำหน่าย บริษัทจึงตัดสินใจขยายกิจการด้วยการผลิตเครื่องเขียนขึ้นเอง กอปรกับชื่อของกิจการที่ได้รับการยอมรับในตลาดอยู่แล้วนั้น ก็ทำให้บริษัทฯ สามารถลดความเสี่ยงของการล้มเหลวลงได้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะกิจการของบริษัทฯสามารถดำเนินธุรกิจมาได้ด้วยดีตราบจนปัจจุบัน

สำหรับสินค้าที่ทางบริษัทฯวางจำหน่าย มีหลายหลายประเภทด้วยกัน อาทิ ปากกายูนิ ของบริษัท มิตซูบิชิ ประเทศญี่ปุ่น แฟ้มยูดี เทปอุตสาหกรรมยี่ห้อคิคูซุย กระดาษแฟนซี เครื่องใช้สำนักงานอื่นๆ โดยนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และออสเตรเลีย และจากสินค้าเครื่องเขียนที่มีจำหน่ายทั้งหมด สินค้าที่ทำรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด ได้แก่ ปากกายูนิ ทำรายได้ประมาณร้อยละ 50 ของรายได้ทั้งหมด แฟ้มยูดีทำรายได้เป็นอันดับสอง คิดเป็นร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมด

การปฏิบัติที่ดี

นายกิตติ กล่าวว่าในอดีตธุรกิจเครื่องเขียนมีการเติบโตถึงปีละ 20-30% โดยเฉพาะเครื่องเขียนที่อยู่ในหมวดเครื่องใช้สำนักงาน แต่เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเงินทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและมี ผลโดยตรงต่อธุรกิจเครื่องเขียน เนื่องจากลูกค้าสำนักงานหลายแห่งปิดกิจการลงหรือมีการลดต้นทุน การดำเนินงาน ยอดขายเครื่องเขียนจึงลดลงอย่างมาก ทำให้หลายบริษัทประสบกับปัญหาขาดทุนจาก การดำเนินงานจำต้องปิดกิจการลงในที่สุด แต่สำหรับในส่วนของบริษัทอุดมพานิช ซึ่งดำเนินกิจการเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องเขียนมายาวนานกว่า 25 ปี ได้ทำปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ดังนี้

ออกแบบสินค้าให้สอดรับกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่

จากเดิม บริษัทจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นพนักงานประจำสำนักงานที่ซื้อสินค้าประเภทเครื่องเขียนที่ใช้ในสำนักงาน แต่เนื่องจากกลุ่มลูกค้าดังกล่าว เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ทางบริษัทจึงหันมาจับกลุ่มลูกค้าใหม่ เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มีกำลังซื้อแม้ในภาวะวิกฤติ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาสินค้ารูปแบบใหม่ๆ ให้มีลักษณะเป็นสินค้าประเภทนวัตกรรมใหม่ๆ ทันสมัย เป็นลักษณะสินค้าแฟชั่น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไป

เข้าสู่เส้นทางผู้ผลิตโดยสร้างตราสินค้าของตนเอง

หลังจากที่ดำเนินกิจการโดยเป็นผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายสินค้าเครื่องเขียนมาเป็นเวลายาวนาน ทำให้บริษัทค้นพบว่า การทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าอย่างเดียว ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ จึงทำให้บริษัทเริ่มขยายเส้นทางธุรกิจด้วยการเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องเขียน โดยสร้างตราสินค้าเป็นของตนเอง เริ่มต้นด้วยการผลิตแฟ้มโดยมีตราสินค้าของตนเอง ใช้ชื่อว่า "ยูดี" เข้ามาแข่งขันในตลาด ซึ่งขณะนั้นในตลาดมีแฟ้มตราช้าง เป็นผู้นำตลาดมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งมาเป็นเวลาอันยาวนาน ทำให้บริษัทกำหนดเป้าหมายที่จะสร้างส่วนแบ่งการตลาดให้ได้เป็นอันดับสอง (Challenger) โดยเน้นที่คุณภาพสินค้าและมุ่งจับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้อยู่ในระดับสูง

ออกแบบสินค้าให้แปลกใหม่ สะดวกต่อการใช้งาน

สำหรับจุดเด่นของแฟ้ม "ยูดี" อยู่ที่การออกแบบแฟ้มให้มีความสวยงาม แปลกใหม่ ใส สามารถมองทะลุได้ เป็นแฟ้มที่มีสันแบบโค้ง เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อผู้ใช้งาน มีการประหยัดพื้นที่การจัดเก็บ และสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า ซึ่งทางบริษัทได้ทำการจดสิทธิบัตร เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แฟ้มดังกล่าวนี้แต่เพียงผู้เดียว และได้ทำการผลิตแฟ้มสันโค้งเข้ามาทดลองตลาดระยะหนึ่ง และพบว่าแฟ้มสันโค้งที่ผลิตมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้เป็นอย่างดี

จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

ในช่วงเริ่มต้นแนะนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด บริษัทได้จัดเตรียมงบประมาณไว้จำนวนหนึ่ง สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ลด แลก แจก แถม ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณจุดขายสินค้า เพื่อกระตุ้นแรงซื้อจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีการการกระตุ้นยอดขาย ผ่านทางผู้จัดจำหน่ายของบริษัท ด้วยการแจกทองให้กับผู้จัดจำหน่ายที่สามารถทำยอดขายได้ถึงเป้า

เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย

บริษัทมีโครงการที่จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่จัดจำหน่ายผ่านร้านค้าย่อย และดิสเคาน์สโตร์ โดยขยายเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นรูปแบบของร้านแบบเฉพาะเจาะจง (Specialty Store) หรือเป็นคีออสหรือบู้ทอยู่ในศูนย์การค้า ซึ่งในปัจจุบันบริษัทได้เปิดคีออสขายเฉพาะปากกายูนิ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 แห่งในเมเจอร์ซินีเพล็กซ์ทุกสาขา เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นนักเรียนนักศึกษา

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทได้ทำการลงทุนด้านระบบคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายข้อมูลธุรกิจ ด้วยระบบออนไลน์ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต และช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้นำระบบออนไลน์มาใช้ในการซื้อขายกับคู่ค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และในเขตที่เป็นหัวเมืองก่อน

ปัจจัยความสำเร็จ
ปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์


ท่ามกลางการปิดกิจการของร้านเครื่องเขียนหลายๆ แห่ง ที่ต้องประสบกับภาวะขาดทุนจากการดำเนินงาน ในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย แต่จากวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานของผู้ประกอบการที่ทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยการขยายเส้นทางสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องเขียน จากเดิมที่เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้า นอกจากนี้ การที่บริษัทหันมาจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ที่เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมสินค้าตามกระแสแฟชั่น และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากความซบเซาทางเศรษฐกิจ จึงทำให้บริษัทอุดมพานิชฯ สามารถพลิกสถานการณ์แปรเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสจนทำให้ ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ


   ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา เครื่องเขียนอุดมพานิช

สมุนไพรดอกบัวคู่ ยาสีฟันสมุนไพร

สมุนไพรดอกบัวคู่ ยาสีฟันสมุนไพร

ความเป็นมา

หากกล่าวถึงยาสีฟันสมุนไพร คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่ ซึ่งเริ่มกิจการโดย ดร.บุญกิจ ลีเลิศพันธ์ ที่ปัจจุบันเป็นประธานบริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดวิชากันต่อมาจากบรรพบุรุษที่มีห้างขายยาสมุนไพรผลิตและจำหน่ายยารักษาโรคต่างๆ จึงทำให้ ดร.บุญกิจเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเป็นอย่างดี

ก่อนหน้าที่จะมาทำธุรกิจนี้ ครอบครัวของ ดร.บุญกิจทำธุรกิจก่อสร้างมาก่อน หลังจากนั้นได้หันไปทำธุรกิจฟาร์มไก่ พร้อมกับศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรและยาแผนโบราณ กอปรกับ ดร.บุญกิจ มักประสบปัญหา ปวดฟันเป็นประจำ จึงพยายามหาวิธีที่จะรักษาการปวดฟันด้วยสมุนไพร จึงได้ทำการศึกษา ค้นคว้า จนสามารถคิดค้นสูตรยาสีฟันสมุนไพรได้สำเร็จ และได้ผลิตยาสีฟันสมุนไพรใช้กันเองในครอบครัว หลังจากนั้นสักระยะหนึ่ง ก็เริ่มมีแนวคิดในการผลิตยาสีฟันสมุนไพร เพื่อนำไปจำหน่ายในต่างจังหวัด โดยสร้างตราสินค้า "ดอกบัวคู่" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยให้สอดคล้องกับสินค้าที่มีส่วนผสมที่สกัดมาจากสมุนไพรไทย และ ได้ทำการผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา 2519

ในยุคนั้นยาสีฟันถูกบรรจุในหลอดอะลูมิเนียมสีขาวเนื้อยาเป็นสีดำ เพื่อต้องการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า แต่ผู้ซื้อไม่ยอมรับ เพราะไม่กล้าทดลองใช้ ต่อมาได้มีการทดลองใช้และบอกต่อๆ กันไป ทำให้สินค้าขายได้เกือบทุกจังหวัดและทั่วประเทศในระยะเวลาไม่นานนัก จนทำให้ยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดทางด้านยาสีฟันสมุนไพรในปัจจุบัน

การปฏิบัติที่ดี

เข้าสู่ตลาดด้วยการบอกต่อ ในช่วงเริ่มต้นนำสินค้าเข้าสู่ตลาดนั้น ด้วยเนื้อยาสีฟันที่มีสีดำ ซึ่งแตกต่างจากยาสีฟันทั่วไป ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ กอปรกับตลาดยาสีฟันที่มีคู่แข่งมากราย ทำให้ต้องหาวิธีการตลาดเฉพาะทาง บริษัทจึงใช้วิธีการแจกตัวอย่างสินค้าให้ตัวแทนจำหน่ายทดลองใช้ ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี เนื่องจากใช้แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีจากสินค้า จึงเกิดการบอกต่อแนะนำต่อกันไป ทำให้สามารถกระจายสินค้าสู่ตลาดในต่างจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว

ใช้สื่อโฆษณาขยายตลาด หลังจากที่กิจการเข้าสู่ตลาดในลักษณะอาศัยการบอกต่อกันไปแบบปากต่อปาก ใช้ช่องทางจำหน่ายผ่านพ่อค้าส่งพ่อค้าปลีก จนทำให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าและเติบโตอย่างรวดเร็ว และเมื่อดำเนินกิจการมาได้ประมาณ 8 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่กิจการเริ่มมีกำไรสะสม ทางบริษัทจึงเริ่มทำการโฆษณาสินค้าผ่านสื่อวิทยุ เนื่องจากเป็นสื่อที่มีต้นทุนน้อย และตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งในขณะนั้น เป็นกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัด ต่อมาเมื่อสามารถขยายตลาดได้มากขึ้นในภาคอีสาน ก็เริ่มมีการโฆษณาทางทีวี จนทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และทำให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าในกรุงเทพฯ พัฒนาสินค้า สร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่

สำหรับในปัจจุบัน ทางบริษัทได้ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ยาสีฟันดอกบัวคู่เฮอร์เบิลสูตรเย็น เพื่อจับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและลูกค้ากลุ่มที่ไม่เคยใช้ยาสีฟันสมุนไพร เนื่องจากไม่ชอบสีและรสชาติ โดยบริษัทได้ปรับสีและรสชาติให้อ่อนลง ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูสดใส สวยงามน่าใช้ โดยจะทำการตลาดด้วยการแจกสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ และโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ สื่อโทรทัศน์

นอกจากนี้ บริษัทได้คิดค้น พัฒนาสินค้าในรูปแบบอื่นๆ เช่น สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม น้ำยาบ้วนปาก ครีมทาหน้า โลชั่นทาผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชนิดล้วนมีส่วนผสมของสมุนไพรด้วยกันทั้งสิ้นโดยในขณะนี้ ทางบริษัท สามารถขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ ในประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้ตราสินค้า "ทวินโลตัส"

ปัจจัยความสำเร็จ

บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจการ สามารถขยายตลาดได้อย่างต่อเนื่องจนเป็นผู้นำในตลาดยาสีฟันสมุนไพรได้ เนื่องจากผู้บริหารกิจการได้นำเอาประสบการณ์ของตนเองที่มีปัญหาปวดฟันอยู่เป็นประจำมาเป็นจุดเริ่มต้นในการคิดค้นยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ซึ่งสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าหรือยาสีฟันทั่วไปในท้องตลาด และถือเป็นเจ้าแรกๆ ของประเทศไทย ด้วยคุณภาพของสินค้าจากการที่ตัวแทนจำหน่าย รวมถึงลูกค้าบางส่วนใช้แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีจึงเกิดการบอกต่อกัน "แบบปากต่อปาก" ทำให้บริษัทสามารถประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีการตลาดที่มีต้นทุนต่ำ บริษัทฯจึงเข้าสู่ตลาดยาสีฟันได้สำเร็จ เหตุผลสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ตลาดได้ ก็คือ คุณภาพของยาสีฟัน แม้จะมีจุดด้อยจากรูปลักษณ์ของเนื้อยาสีฟันซึ่งมีสีดำไม่ชวนให้ผู้บริโภคใช้ก็ตาม

ในเวลาต่อมา เมื่อกิจการเริ่มมีเงินทุนสำหรับเป็นงบประมาณในการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ จึงใช้การขยายตลาดด้วยการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุ ผ่านสื่อทีวี จนทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักของคนทั่วทั้งประเทศมาจวบจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ ทางบริษัท ยังได้ทำการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าโดยตลอด จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า "ดอกบัวคู่" ของบริษัท ยังคงสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดได้อย่างต่อเนื่องจวบจนทุกวันนี้

ข้อสรุปทางวิชาการ

จากกรณีศึกษาดังกล่าวนี้ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำหลักปฏิบัติที่ดีของกิจการมาประยุกต์ใช้ได้ ดังต่อไปนี้
• การมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ตนถนัด จากการที่ ดร.บุญกิจ มีพื้นฐานความรู้ทางด้านสมุนไพรอยู่ จึงนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จนสามารถคิดค้นยาสีฟันสมุนไพรได้เป็นผลสำเร็จ เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วทั้งประเทศ
• สามารถเข้าสู่ตลาดได้ด้วยคุณภาพที่ดี และความแตกต่างของสินค้า ตลาดยาสีฟันมีผู้ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่หลายราย และมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่ยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่ ก็สามารถเข้าสู่ตลาดและได้รับการยอมรับในตราสินค้าจากผู้บริโภคได้ เนื่องจากคุณภาพที่ดีของสินค้า และเป็นยาสีฟันสมุนไพรเจ้าแรกของประเทศ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง
• ดำเนินกิจการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงเริ่มต้นใช้การสร้างตลาดโดยอาศัยการบอกต่อของผู้ใช้ ต่อมาจึงเริ่มใช้วิธีการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุจนขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น หลังจากนั้นจึงใช้สื่อโทรทัศน์ จนทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และเริ่มขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศในประเทศ เพื่อนบ้าน
• มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้า ด้วยการผลิตยาสีฟันดอกบัวคู่เฮอร์บัลสูตรเย็น และผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ อีกมากมาย จึงทำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มยอดขายให้กับกิจการ

Keyword บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่ ดอกบัวคู่ ยาสีฟันสมุนไพร สมุนไพร ยาสีฟัน ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทวินโลตัส


  ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา สมุนไพรดอกบัวคู่ ยาสีฟันสมุนไพร

ธุรกิจผลิตของเล่นเด็ก

ธุรกิจผลิตของเล่นเด็ก

ของเล่นไทย ในดิสนีย์แลนด์

ผู้ผลิตของเล่นรายนี้ ไม่ได้ทำธุรกิจอย่างเล่นๆ แม้จะเริ่มต้นจากกิจการเล็กๆ มีเครื่องจักรเพียงหนึ่งเครื่อง คนงาน 8 คน แต่ปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่ได้ลิขสิทธิ์ของวอล์ทดิสนีย์ ในการผลิตของเด็กเล่นที่ทำด้วยวัสดุ ุแผ่นยางฟองน้ำที่เรียกว่า อีวีเอ (Ethylene Vinyle Acetate)

เพียง 9 ปีเศษเท่านั้น คุณสุภาพร อภิรักษ์เมธากุล สามารถบุกเบิกตลาดของเล่นไปวางขายในดิสนีย์แลนด์ได้ ซึ่ง เป็นหลักประกันได้เป็นอย่างดีว่าสินค้าของบริษัท เอ็ม เมอรี่ แฟคทอรี่ไทยทอยส์ จำกัด เป็นสินค้าไทยที่ได้มาตรฐานโลกด้วยความมุ่งมั่นในคุณภาพ จึงเป็นที่มาของการเติบโตของยอดขายและการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีผลทำให้ต้น ทุนต่ำลง คุณสุภาพรมั่นใจว่า "ธุรกิจนี้ยังไปได้อีกไกล"

"ทางยุโรปเขาให้ความสำคัญกับสินค้าปลอดสารพิษมาก เราต้องมีเครื่องหมายรับประกันคุณภาพเขาจึงยอมรับ"และในปี 2543 นี้ บริษัทฯ ยังได้รับลิขสิทธิ์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายตัวการ์ตูนของ วอร์เนอร์ บราเดอร์ส อีกด้วย

การเติบโตที่ก้าวกระโดด

บริษัท เอ็ม เมอร์รี่ แฟคทอรี่ ไทยทอยส์ จำกัด ได้ถือกำเนิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2534 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สินค้าหลักของบริษัท คือ ของเล่นสำหรับเด็กเล่นที่ทำด้วยแผ่นยางฟองน้ำ (EVA) มีคุณสมบัติเหนียว นุ่ม สีสวย ปลอดสารพิษและสามารถทำความสะอาดหรือซักล้างได้

ในระยะแรกของเด็กเล่นที่ผลิตขึ้นมีลักษณะเป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กเล็ก มุ่งสร้างความสนุกเพลิดเพลินและจดจำง่ายสำหรับการเรียนรู้ โดยผลิตเป็นรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ การแบ่งครึ่งจับคู่และรูปสัตว์ต่างๆ วัสดุแผ่นยางฟองน้ำถูกนำมาใช้สลับสีถึง 6 สี ทำให้เกิดภาพ สีสวยงาม สะดุดตา

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถูกวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและโรงเรียนอนุบาลสินค้าได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ต่อมาจึงขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยผลิตสินค้าสำหรับเด็กที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป จนถึงกลุ่มวัยรุ่น สินค้าในกลุ่มนี้ได้แก่ ภาพเพื่อไว้ตกแต่งผนัง ของขวัญ ของชำร่วย

จุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ ในปี 2540 การได้ลิขสิทธิ์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายตัวการ์ตูน ของวอล์ทดีสนีย์เป็นรายแรกของโลกและของประเทศไทย ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถส่งออกไปจำหน่ายในตลาดโลก มีรายได้จากการส่งออกถึงร้อยละ 70 ในปัจจุบัน

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

วิสัยทัศน์ : "ของเล่นเพื่อการศึกษา เสริมสร้างปัญญาพัฒนาเด็กไทย ก้าวไกลสู่สากล"
ธุรกิจการผลิตของเด็กเล่นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะพ่อแม่ของเด็กย่อมต้องซื้อของเล่นให้ลูก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์ที่จะได้รับว่าคุ้มค่าของเงินเทียบกับการสร้างเสริมพัฒนาของเด็ก

ปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จ :


  • สินค้าได้มาตรฐานอนามัย ปลอดสารพิษ
  • ราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในต่างประเทศ
  • รูปแบบผลิตภัณฑ์สวยงามติดตลาดโลก
  • ตัวอักษร 4 ตัว SWAN คือ กุญแจนำไปสู่ความสำเร็จของคุณสุภาพร
    S = Smart ทำงานอย่างชาญฉลาด
    W = Work Hard ตั้งใจจริง
    A = Ambitious มีความหวังมีเป้าหมาย
    N = Never Give Up ไม่เคยยอมแพ้


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ธุรกิจผลิตของเล่นเด็ก บริษัท เอ็ม เมอร์รี่ แฟคทอรี่ ไทยทอยส์ จำกัด


  • ธุรกิจไม้แกะสลัก

    ธุรกิจไม้แกะสลัก

    กว่าจะมีวันนั้น

    คุณสัณฐิติ อยู่กับธุรกิจ ไม่แกะสลักมากกว่า 18 ปี เขาได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนตลอดเวลา ในครั้งแรกที่เริ่มกิจการ เขาใช้เงินทุนเพียง 10,000 บาทเท่านั้น เขากล่าวว่าธุรกิจไม้แกะสลักนั้นมีคู่แข่งมากจำเป็นต้องคิดค้น พัฒนาสร้างคุณภาพสินค้าให้เหนือกว่าคู่แข่งอื่น ๆ โดยเขาคิดเสมอว่า "คู่แข่งที่สำคัญที่สุด คือ ตนเอง" ต้องลงมือทำให้ทันที่สมองคิด ไม่ใช่คิดอย่างเดียวแต่ไม่ลงมือทำและให้คิดอยู่เสมอว่าทำอะไรก็ตามที่คนอื่นเขาไม่ทำ เพราะเขาเชื่อว่าในโลกนี้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่มีอะไรที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

    การบริหารจัดการที่นำมาสู่ความสำเร็จ

    TIH เป็นกิจการเจ้าของคนเดียว คุณสัณฐิติ เป็นผู้บริหารจัดการทั้งระบบ ในสำนักงานจะมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 5 คน ดำเนินงานด้านเอกสาร บัญชี ด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในด้านการติดต่อตลาดต่างประเทศคุณสัณฐิติเป็นผู้ดูแล ในโรงงานนั้นปัจจุบันมีคนงานทั้งหมดประมาณ 200 คนซึ่งปัจจุบันได้ภรรยาคุณสัณฐิติเข้ามาช่วยดูแลด้านความเป็นอยู่และสวัสดิการของคนงาน

    การบริหารในภาพรวมของ TIH แบ่งได้ ดังต่อไปนี้


  • ด้านการเงิน ข้อคิดที่สำคัญสำหรับการเริ่มต้นกิจการของคุณสัณฐิติ คือ การเริ่มต้นทำธุรกิจในวงเงินที่ตนเองมีอยู่ ซึ่งจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าการเริ่มการเป็นหนี้ (กู้เงินมาทำธุรกิจ) ในแง่ของการบริหารเงินลงทุนของกิจการนั้นเขามีเกณฑ์ในการลงทุนตลอดเวลา โดยไม่ใช่เงินเกินตัวที่มีอยู่ เช่น ถ้าเขามีเงิน 1 ล้านบาทเป็นทุนเริ่มต้นในการประกอบกิจการ ซึ่งต้องใช้รถในการจัดส่งสินค้า เขาจะไม่เลือกที่จะนำเงินที่มีอยู่นั้นไปซื้อรถเพื่อการจัดส่งสินค้า แต่จะหาบริษัทรับจัดส่ง เนื่องจากประหยัดค่าน้ำมัน ค่าจ้างคนขับ ค่าซ่อมบำรุงค่าประกัน ดังนั้นเงิน 1 ล้านจึงถูกแปรนำเข้าสู่การลงทุนด้านการผลิตของกิจการ เป็นต้นในภาวะปัจจุบัน TIH มีผลประกอบการที่มั่นคง และมีความพร้อมในระดับหนึ่งจึงตัดสินใจกู้เงินบางส่วนจากธนาคารเพื่อสร้างโรงงาน และสำนักงานใหญ่ ทั้งนี้คุณสัณฐิติยังยึดปรัชญาในการลงทุนในลักษณะเดิม คือ การไม่ลงทุนเกินตัว และการบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละครั้ง คุณสัณฐิติจะตั้ง งบประมาณไว้จำนวนหนึ่งที่เหมาะสมเท่านั้น อาทิเขาไปพบเครื่องจักรชนิดหนึ่งที่สามารถมาใช้ในโรงงานเขาได้เป็นอย่างดี แต่ราคาค่อนข้างสูงราคาสูงอยู่ที่ 8 เขาจึงจดจำลักษณะการทำงานของเครื่องจักรนั้นแล้วมาประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรที่มีอยู่ในโรงงาน วงเงินในการปรับปรุงประมาณ 800,000 บาท และผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นที่น่าพอใจ กล่าวคือ เขาได้เครื่องจักรที่พัฒนาแล้วทำงานได้ใกล้เคียงกับเครื่องจักรต้นแบบ ยกเว้นในเรื่องความดัง และการใช้แรงงานคนในการผลิตมากกว่าเครื่องจักรต้นแบบซึ่งกลับเป็นผลดีในเรื่องของการสร้างงานในชุมชนที่มากขึ้นซึ่งคุ้มค่ากับผลผลิตที่ได้รับและต้นทุนที่ลดลงได้ นอกจากนี้เครื่องจักรที่พัฒนาขึ้นมานั้นยังเหมาะสมกับสภาพการทำงานในประเทศไทยมากกว่า

  • เรื่องสวัสดิการของพนักงานในโรงงานทั้งหมดของเขา ภรรยาของคุณสัณฐิติได้เข้ามาช่วยดูแลโดยจัดให้มีโรงอาหาร (เลี้ยงอาหารกลางวัน และอาหารเย็นสำหรับผู้ที่ทำงานล่วงเวลา) , สหกรณ์ และน้ำดื่มที่สะอาด เป็นต้น แต่คุณสัณฐิติไม่ได้ละเลยยังหมั่นเข้าไปดูแลด้วยตนเองด้วย เช่น การกำชับให้ร้านอาหารปรับปรุงอาหารที่ทำจากไข่อย่างน้อย 3 วันใน 1 สัปดาห์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนงาน สำหรับเรื่องค่าจ้างนั้นเขาจ่ายอย่างยุติธรรมตามกฎหมายแรงงานกำหนดมีค่าล่วงเวลาและที่ สำคัญในแต่ละปีที่บริษัทมีกำไรเขาไม่ลืมที่จะแบ่งปันผลกำไรเหล่านั้นให้กับคนงานของเขาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานด้วย จากการที่เขาดูแลพนักงานอย่างดีตลอดมาทำให้ไม่เคยประสบปัญหาด้านแรงงานเลย เนื่องจากเขายึดหลัก "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" ในการบริหารงาน ดังนั้น พนักงานของเขาจะทุ่มเทให้กับการทำงานอยู่ตลอดเวลาและยอมรับกฎระเบียบกติกาต่าง ๆ ของบริษัทอย่างเต็มใจ

    โครงสร้างด้านผลิตภัณฑ์

    นอกเหนือจากธุรกิจไม้แกะสลักแล้วนั้น เขายังสร้างความหลากหลายให้กับธุรกิจตนเอง ด้วยการทำธุรกิจด้านอื่นด้วย อาทิเช่น เป็นนายหน้าจัดหาสินค้าตามความต้องการของลูกค้าที่มาติดต่อเขาอีกด้วย เป็นต้น แต่ธุรกิจหลักก็คือ การผลิตและจำหน่ายไม้แกะสลักนั่นเอง ผลิตภัณฑ์ที่ออกจำหน่ายของ TIH มี ลักษณะ ชนิด คุณภาพ รวมถึงราคาจะเหมือนกันหมดทุกระดับลูกค้าในทุกประเทศ เขายึดหลักความยืดหยุ่นในการเจรจาต่อรอง ถ้าสามารถขายได้ไม่ขาดทุนเขาจะขายเพื่อรักษาและเพื่อสร้างลูกค้าเองไว้ เพราะจะนำมาซึ่งรายได้สู่บริษัท สินค้าของ TIH ส่งออก 100%โดยไม่จำหน่ายปลีกในประเทศ

    ผลิตภัณฑ์สร้างชื่อ

    ผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักของ TIH นั้นมีความหลากหลาย เด่น ไม่เหมือนใคร รูปแกะสลักสัตว์ มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหลากหลายอริยาบท เช่น รูปแกะสลักแมว มีหลายลีลา ทั้งนั่ง นอน หรือ ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เล่นกีฬา เล่นดนตรี เป็นต้น ซึ่งคู่แข่งอื่น ๆ มักทำเป็นตัวคนไม่หลากหลาย หรือ ถ้าเป็นสัตว์ก็ผลิตออกมาในลักษณะไม่กี่แบบมีให้เลือกน้อย นอกจากการแกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ แล้วยังมีการผลิตตู้เพนท์ลวดลายต่าง ๆ ซึ่งมีการพัฒนาการมาจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักที่เป็นรูปสัตว์ตัวเล็ก ๆ มาติดที่ตู้ไม้เพื่อเปิดลิ้นชักเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ผลตอบรับจากลูกค้าให้ความสนใจและเข้ามาสอบถาม เขาจึงนำต้นแบบนั้นมาผลิตให้ใช้งานได้จริงและออกวางตลาดจัดจำหน่ายในที่สุด

    หนทางสู่ความสำเร็จ

    จะพบว่าเรื่องราวของความสำเร็จทั้งหมดของ TIH นั้น มาจากการคิดค้นและลงมือทำของคุณสัณฐิติ โดยเขายึดหลักปฏิบัติข้างต้นมาตลอดเวลาการทำงานไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ

       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ธุรกิจไม้แกะสลัก โดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยอินเตอร์เนชั่นแนลแฮนดิคราฟท์ (TIH)


  • โรงเรียนสมุดไท สร้างภาพลักษณ์โดยร่วมมือกับพันธมิตร

    โรงเรียนสมุดไท สร้างภาพลักษณ์โดยร่วมมือกับพันธมิตร

    ความเป็นมา
    ในแวดวงการศึกษายุคปัจจุบัน ผู้ปกครองมักนิยมให้บุตรหลานขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เรียนในชั้นเรียนปกติ ซึ่งนอกจากธุรกิจเกี่ยวกับโรงเรียนสอนพิเศษทางด้านวิชาการ จะได้รับความนิยมแล้ว ธุรกิจโรงเรียนสอนศิลปะก็เป็นที่นิยมเช่นกัน ซึ่งผู้ปกครองมักส่งบุตรหลานมาเรียนเพิ่มเติม เสมือนเป็นการวางรากฐานในการส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ มีสมาธิ รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

    โรงเรียนสมุดไทมีคุณสมพร พึ่งอุดม เป็นรองผู้อำนวยการ หรือครูใหญ่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 17 ปีก่อน เพื่อสอนศิลปะและการออกแบบให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเห็นว่า การจัดตั้งโรงเรียนสอนพิเศษ มักจะเน้นการเปิดสอนวิชาพื้นฐานโดยทั่วไป หรือวิชาที่จะนำไปใช้เพื่อการสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่โรงเรียนสอนพิเศษ ที่เน้นการสอนศิลปะ อาจกล่าวได้ว่ามีจำนวนไม่มากนัก โรงเรียนสมุดไทจึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กหรือผู้ใฝ่หาความรู้เฉพาะในด้านศิลปะได้มีทางเลือกมากขึ้น ในการพัฒนาฝีมือหรือเรียนรู้วิชาเฉพาะดังกล่าว

    การปฏิบัติที่ดี

    พัฒนาหลักสูตร ให้สอดคล้องกระแสความต้องการ
    การสอนในโรงเรียนสมุดไท มีการสอนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยทางโรงเรียนได้มีการปรับปรุงหลักสูตรต่างๆ ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับกระแสความนิยม โดยในปัจจุบันมีหลักสูตรเพื่อให้สามารถเลือกเรียนได้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าใน แต่ละกลุ่ม อาทิ

    กลุ่มเด็กเล็ก
    ที่ผู้ปกครองให้เรียนเพื่อให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ จะมีหลักสูตรที่สอนการวาดภาพ ระบายสี ด้วยสีประเภทต่างๆ การปั้น การพิมพ์ภาพ ฯลฯ เพื่อพัฒนาให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และมีสมาธิในการเรียนและการทำงาน นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ทันกับยุคสมัย ด้วยการสอนให้เด็กสร้างสรรค์งานศิลปะ การออกแบบภาพผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ ช่วยให้เด็กพัฒนาความคิด ความจำ การรู้จักแก้ปัญหา สร้างความสนุกสนานควบคู่ไปกับการเรียนรู้

    กลุ่มวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษา
    ที่มีการสอนเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยทางด้านที่เกี่ยวกับศิลปะ อาทิ สถาปัตยกรรม การตบแต่งภายใน นิเทศศิลป์ และการออกแบบ

    กลุ่มบุคคลทั่วไป
    ที่มีความสนใจทางด้านงานศิลปะ

    มีสถานที่สอนไว้บริการหลายสาขา

    ทางด้านสถานที่สอนในปัจจุบัน (พฤษภาคม 2546) มีสาขาอยู่ 6 แห่ง คือ สาขาสยาม ดิสคัฟเวอรี่ สาขา หัวหมาก สาขาจัสโก้ รัตนาธิเบศร์ สาขาปิ่นเกล้า สาขาสุขาภิบาล 1 และสาขาเชียงราย จึงทำให้ลูกค้าสามารถเลือกสถานที่เรียนได้สะดวก โดยทำเลที่เปิดสาขาจะมีทั้งในศูนย์การค้าเป็นหลัก จึงทำให้ผู้ปกครองสามารถเดินจับจ่ายใช้สอย ทำธุระต่างๆ ได้ในระหว่างที่มารอรับเด็ก

    ใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับพันธมิตร (Co-brand)

    นอกเหนือจากชื่อเสียงที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนานกว่า 17 ปี ด้วยการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ของลูกค้า ผู้ปกครองที่พาลูกหลานมาใช้บริการ และเห็นผลลัพธ์ที่ดีเกิดขึ้นแล้ว ทางโรงเรียนสมุดไทยังได้ใช้กลยุทธ์ การสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตร (Co-brand) โดยเข้าร่วมจัดกิจกรรมในชุมชมร่วมกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ หน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ โดยต้องการให้ชื่อโรงเรียนสมุดไท ถูกกล่าวขานกันอย่างติดปาก เช่น มีการเปิดหลักสูตรการเรียนร่วมกับสถาบันสอนภาษาอื่นๆ และสถาบันสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็ก การจัดกิจกรรมเพื่อครอบครัวร่วมกับบริษัททางด้านการสื่อสารขนาดใหญ่ เป็นต้น

    ปัจจัยความสำเร็จ

    โรงเรียนสอนศิลปะและการออกแบบ "สมุดไท" สามารถสร้างชื่อเสียงและดำเนินกิจการธุรกิจโรงเรียนสอนศิลปะมาเป็นเวลายาวนานกว่า 17 ปีได้นั้น เนื่องมาจาก คุณภาพของการบริการ และคุณภาพของการสอน ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตามที่คาดหวังไว้ จนเกิดการแนะนำต่อๆ กันไป แบบปากต่อปาก จนทำให้ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้นำทางด้านโรงเรียนสอนศิลปะมาจวบจน ทุกวันนี้ ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ

    Keyword
    สมุดไท โรงเรียนสมุดไท โรงเรียนสอนศิลปะ โรงเรียนสอนวาดรูป


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา โรงเรียนสมุดไท สร้างภาพลักษณ์โดยร่วมมือกับพันธมิตร

    ร้านอาหารครัวไท สร้างฟาสต์ฟู้ดไทยก้าวไกลไปต่างแดน

    ร้านอาหารครัวไท สร้างฟาสต์ฟู้ดไทยก้าวไกลไปต่างแดน

    ความเป็นมา
    ร้านอาหารครัวไท เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2536 โดยบริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท โดยการร่วมลงทุนของกลุ่มพันธมิตร 3 ท่าน ได้แก่ คุณบุตรจิราพร นาคะวิโรจน์ คุณสุรชัย ชายอนุเดช และคุณสนธิรัฐ ตุยปาละ

    ในช่วงเริ่มต้นร้านอาหารครัวไท ให้บริการเฉพาะอาหารไทยประเภทเดียว ต่อมาเมื่อดำเนินกิจการได้ระยะหนึ่ง มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น จนกระทั่งเปิดสาขาที่ 3 จึงซื้อกิจการร้านอาหารเวียดนามเพิ่มเข้ามา เสริมเป็นจุดแข็งให้ร้านอีกทางหนึ่ง เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้มีประเภทอาหารเพิ่มขึ้นกว่าเดิม และเนื่องจากเห็นว่าคนไทยนิยมบริโภคอาหารเวียดนาม จึงได้ทำการพัฒนา ปรับปรุง และนำรายการอาหาร เวียดนามเข้ามาบริการเสริมในร้านอาหารครัวไท ตั้งแต่นั้นมา

    ทางร้านได้มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นมาตลอด ในปัจจุบันมีสาขาในกรุงเทพฯ สิบกว่าสาขาอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่งชุมชน และหมู่บ้าน รวมทั้งมีการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าและดิสเคาน์สโตร์ เช่น ห้างจัสโก้ คาร์ฟู สยามแม็คโคร เดอะมอลล์ เป็นต้น และมีจำนวนพนักงานในความดูแลทั้งสิ้น 320 คน

    การปฏิบัติที่ดี
    จุดขายของร้านครัวไท

    ร้านอาหารครัวไททุกสาขา จะมีการตบแต่งร้านให้ดูสะอาด เป็นลักษณะของร้านอาหารไทยแนวใหม่ มีหัวใจสำคัญที่ยึดเป็นหลักในการดำเนินการ คือ "มีบริการที่รวดเร็ว อาหารมีรสชาติอร่อยคงที่ มีราคาที่เหมาะสม บรรยากาศดี" ซึ่งเป็นจุดขายของร้านครัวไท โดยอาหารในร้านจะมีทั้งอาหารรสจัด และรสไม่จัด ไว้คอยบริการลูกค้าให้ครอบคลุม

    สร้างโรงงานเป็นครัวกลาง ช่วยควบคุมคุณภาพการผลิต
    เนื่องจากทางร้านครัวไท มีเป้าหมายที่จะสามารถแข่งขันกับร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ของต่างประเทศได้ ทำให้บริษัททำการพัฒนาระบบการดำเนินงานของร้านให้เป็นมาตรฐาน บริษัทมีการลงทุนถึง 10 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างโรงงานเพื่อให้เป็นครัวกลางในการผลิตและสรรหาวัตถุดิบ ส่งไปตามสาขาทุกแห่งของบริษัท เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิตอาหาร ให้ได้รสชาติที่อร่อย คงที่ และเหมือนกันในทุกๆ สาขา นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการพัฒนาปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวให้ได้มาตรฐาน ทันสมัยเทียบเท่ากับครัวที่ใช้ปรุงอาหารในร้านอาหารต่างประเทศ

    ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงาน
    มีการจัดตั้งฝ่ายดูงานฝึกอบรมบุคลากรทางด้านงานบริการ และฝึกอบรมการปฏิบัติงานในครัว ซึ่งทางบริษัทมีการ อบรมความรู้ในการทำงานในร้านอาหารเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากพนักงาน ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้งานบริการประสบความสำเร็จได้

    จัดกิจการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
    ทางร้านครัวไท มีการจัดกิจการส่งเสริมการตลาดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มีการจัดส่งเสริมการขายในช่วงเทศกาลและในโอกาสต่างๆ นอกจากนี้ ทางร้านครัวไทยังมีการให้ลูกค้าเป็นสมาชิกของร้านเพื่อรับสิทธิประโยชน์พิเศษต่างๆ และเป็นการดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการของร้านอีก เช่น มอบส่วนลดค่าอาหาร เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ลูกค้าพาคนรู้จักกลับมา และสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้กับร้าน และสำหรับกิจการส่งเสริมการตลาดที่ถือเป็นจุดเด่นของร้านก็คือ รายการอาหารชุดสุดประหยัด มีทั้งรายการที่เป็นอาหารไทย และอาหารเวียดนามในราคา 199 บาท

    ก้าวไกลไปต่างแดน
    จากกระแสความนิยมในอาหารไทยของชาวต่างประเทศ จึงทำให้ทางบริษัทได้ทดลองเปิดสาขาในต่างประเทศเป็นแห่งแรกที่ประเทศอังกฤษ ในกรุงลอนดอน โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ฑาราทัย จำกัด และใช้ชื่อร้านอาหารว่า "ฑาราฑัย" เพื่อเป็นต้นแบบของแฟรนไชส์ในต่างประเทศ โดยเหตุผลที่เลือกเปิดในประเทศอังกฤษเป็นต้นแบบก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความนิยมบริโภคอาหารไทย เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง สามารถตั้งราคาจำหน่ายได้สูงกว่า เมื่อเทียบกับการเปิดร้านในแถบเอเชียด้วยกัน นอกจากนี้ ทางบริษัทยังตั้งเป้าที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศให้ครบ 5 สาขา ภายใน 5 ปี โดยประเทศที่สนใจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ และจีน เป็นต้น

    ปัจจัยความสำเร็จ
    กิจการประเภทร้านอาหาร เป็นธุรกิจที่มีผู้คนสนใจเข้ามาลงทุนกันมาก จึงมีการแข่งขันสูง แต่เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยสี่ ที่มนุษย์ทุกคนต้องบริโภคทุกวัน ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารรายใด ที่สามารถสร้างกิจการให้เป็นที่ยอมรับในใจของผู้บริโภคได้แล้ว ก็จะสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ อันเนื่องมาจากแนวคิดของผู้บริหารร้านครัวไท ที่เล็งเห็นว่า วิถีชีวิตคนไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป นิยมการรับประทานอาหารจานด่วน หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด จึงเป็นโอกาสให้กิจการร้านอาหารที่มีจุดขายทางด้านให้บริการที่รวดเร็ว สามารถขยายตัวได้ ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ

    Keyword
    ร้านอาหารครัวไท ร้านอาหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ฟาสต์ฟู้ด ร้านฑาราทัย บริษัท ฑาราทัย จำกัด


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ร้านอาหารครัวไท สร้างฟาสต์ฟู้ดไทยก้าวไกลไปต่างแดน

    บริษัทไทยเบตเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด

    บริษัทไทยเบตเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด

    จากรุ่นเตี่ย...ถึงรุ่นเสี่ย

    จากรุ่นเตี่ยที่เป็นพ่อค้าพืชไร่ในภาคใต้ และค้าขายกับมาเลเซียรุ่นเสี่ยได้อาศัยช่องทางตลาดที่เตี่ยบุกเบิกไว้มาขยาย โอกาส จนกลายเป็นโรงงานทำเส้นหมี่ที่ทันสมัย ส่งขายห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศทั้งแม็คโคร โลตัส ท๊อปส์ และ ห้างอื่นอีก หลายแห่งในไทย ตลอดจนส่งออกไปขายต่างประเทศทั้งในเอเชีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย

    ย้อนหลังไปใน ปี 2500 โรงงานเส้นหมี่สมัยเตี่ย การทำเส้นหมี่ส่วนใหญ่ใช้แรงงานคนในกระบวนการผลิต ใน ขั้นตอนนวดแป้งก็จะมีเหงื่อไคลของคนงานปะปนอยู่ ไม่สะอาดและมีปัญหาการผลิตไม่ทัน รุ่นเสี่ยที่มารับช่วงกิจการ เห็นจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพของสินค้า โดยปรับปรุงโรงงานให้ทันสมัย สามารถผลิตเส้น หมี่ที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ใส่สารฟอกสี ไม่มีกลิ่นและรสเหม็นเปรี้ยวอีกต่อไป

    รุ่นเสี่ยคนนี้ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาตนเอง ได้ขวนขวายเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่เส้นหมี่ แต่ยัง พัฒนาผลิตภัณท์ใหม่ๆ จากข้าวอีกมากมาย เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวแครอท ผัดไทยกึ่งสำเร็จรูป และตั้งเป้าหมาย ไว้ว่า จะเป็นผู้ผลิตเส้นหมี่รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และจะเป็นผู้นำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่เกิดขึ้นจากข้าว"คิดถึงผลิตภัณฑ์ข้าวไทย คิดถึงไทยเบตเตอร์ฟู๊ดส์"

    ต้องการบินสูง จึงต้องเตรียมพร้อม

    เดิมไทยเบตเตอร์ฟู๊ดส์ คือโรงงานซุ่นจือบ้านโป่ง ตั้งขึ้นเมื่อ 43 ปีก่อน คุณวัฒนาได้เข้ามาช่วยดูแลตั้งแต่ปี 2523 และพัฒนาจนมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย...


  • ปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตให้ทันสมัย โดยนำเข้าเครื่องจักรมาจากต่างประเทศ
  • พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบและรักษาคุณภาพให้ดีอย่างสม่ำเสมอ
  • สร้างห้องทดลองเพื่อเช็คคุณภาพสินค้าทุกชั่วโมง
  • ขยายตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ นอกจากจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกโดยตรงแล้ว ยังเป็นผู้ผลิตให้กับบริษัท ชั้นนำที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักภายใต้ยี่ห้อที่ลูกค้าต้องการทั้งในและต่างประเทศ

    ปี 2529 ยอดขาย 18 ล้านบาท คนงาน 70 คน
    ปี 2543 ยอดขาย 360 ล้านบาท คนงาน 700 คน

    "การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไปจำหน่ายในต่างประเทศจะต้องระมัดระวังเรื่องคุณภาพเป็นพิเศษ และถ้าผิดพลาดไปแล้ว ลูกค้าจะไม่เชื่อถือ" คุณวัฒนาเห็นความสำคัญข้อนี้ จึงยื่นขอการรับรองมาตรฐานISO และลงทุนสร้างห้องทดลองเพื่อตรวจสอบคุณ ภาพสินค้า ใช้เทคโนโลยี่มาช่วยคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้มาตรฐานโลก พร้อมด้วยการบริหารจัดการที่มีระบบ

    พัฒนาโดยไม่หยุดนิ่ง

    ผลิตภัณฑ์ข้าวไทยของเบตเตอร์ฟู๊ดส์ ล้วนเกิดขึ้นจากการรู้จักแสวงหาช่องว่างทางการตลาด และมุ่งมั่นสร้างสรรค์ สินค้าด้วยคุณภาพ ในเร็วๆ นี้ เราก็จะได้พบผลิตภัณฑ์ใหม่ของไทยเบตเตอร์ฟู๊ดส์ เช่น ขนมจีนอบแห้ง แผ่นแป้งห่อแหนมเนือง ฯลฯ ที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทยให้ก้าวหน้าขึ้น

       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา บริษัทไทยเบตเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด


  • ไร่ส้มธนาธร

    ไร่ส้มธนาธร
    ส้มธนาธร สวนส้ม ไร่ส้ม ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มฟรีมองค์ ส้มผิวทอง

    "ไร่ส้มธนาธร" สำเร็จได้ด้วยความมุมานะ และการติดตราสินค้า

    ความเป็นมา

    เมื่อเอ่ยถึงส้มสายพันธ์ดีมีคุณภาพของคนไทยแล้ว น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักส้มสายน้ำผึ้ง ส้มธนาธร นับเบอร์ 1 และส้มฟรีมองต์ ซึ่งล้วนผ่านกระบวนการผลิตมาจากสวนส้ม "ธนาธร" ของคุณบัณฑูร จิระวัฒนากูล ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งสวนส้ม "ธนาธร" นี้ อยู่ในพื้นที่อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย จังหวังเชียงใหม่ มีเนื้อที่รวมกันกว่า 2,000 ไร่ และดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2519

    กว่าจะมาถึงวันนี้ของคุณบัณฑูร
    คุณบัณฑูร เจ้าของไร่ส้ม "ธนาธร" เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนจบการศึกษาชั้นสูงสุดประถม 2 เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เคยมีอาชีพทำธุรกิจค้าส้มในลักษณะการซื้อมาขายไปต่อมาเมื่อปี 2516 ได้หันมาทำธุรกิจค้าปลาทูนึ่ง กิจการเติบโตอย่างมากเป็นเถ้าแก่ได้ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี แต่ก็ต้องกลับกลายมาเป็นบุคคลที่มีภาระหนี้สิน กิจการล่มสลายในพริบตา เมื่อเกิดโรคระบาดหนักในปลาทูในปี 2518 คุณบัณฑูร จึงหันกลับมาทำธุรกิจค้าส้มอีก และต่อมาจึงมีแนวคิดอยากจะเป็นเจ้าของสวนส้มเองแต่เนื่องจากไม่มีเงินทุน คุณบัณฑูรจึงเข้าไปเจรจากับเจ้าของสวนส้มสุวิมล เพื่อขอให้เป็นผู้ลงทุน โดยคุณบัณฑูรจะเป็นผู้จัดการคอยดูแลไร่และรับผิดชอบดอกเบี้ยเงินกู้ ส่วนกำไรนำมาแบ่งกันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของสวนส้มธนาธร พื้นที่ 60 ไร่ เนื่องจากไม่มีพื้นฐานทางด้านการเกษตร คุณบัณฑูรจึงต้องเรียนรู้ลองผิดลองถูกหาโอกาสปรึกษาผู้ที่มีความรู้และศึกษาดูงานจากที่อื่น เพื่อนำมาปรับปรุงวิธีการผลิตมาเรื่อยๆ จนได้ผล แต่จากปัญหาหนี้สินดั้งเดิม ทำให้คุณบัณฑูรถูกพิพากษาเป็นบุคคลล้มละลาย สวนส้ม 60 ไร่ถูกยึดขายทอดตลาด แต่ได้เพื่อนเข้ามาช่วยเหลือซื้อสวนส้มกลับคืนมา และดำเนินกิจการต่อจนสามารถชำระหนี้สินได้หมด ในปี 2534 แต่กิจการก็มาเผชิญปัญหาอีกในปี 2536โดยถูกศาลฟ้องข้อหาทำเกินพื้นที่ทำให้สถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ให้ซึ่งคุณบัณฑูร ก็ได้เพื่อนท่านเดิมเข้ามาช่วยเหลือไว้อีก จนทำให้เขามีสวนส้ม "ธนาธร" มาจนถึงวันนี้ได้

    การปฏิบัติที่ดี

    พัฒนาสายพันธุ์ส้มด้วยตนเอง
    ปัจจุบันนี้ ในสวนส้ม "ธนาธร" มีส้มอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ ได้แก่

    1. ส้มสายน้ำผึ้ง ลักษณะเด่น คือ มีสีเหลือง ลูกใหญ่ รสชาติหวาน มีน้ำมาก ซางในนิ่ม เป็นพันธ์ที่บริษัทเริ่มปลูกเป็นเจ้าแรก ซึ่งเกิดจากการที่เขาได้มีโอกาสชิมส้มพันธุ์ของต่างประเทศ และติดใจในรสชาติ จึงนำเมล็ดมาเพาะ และกลายพันธุ์เป็นส้มที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย หวานชื่นใจปานสายน้ำผึ้ง จึงนำมาตั้งเป็นชื่อส้มพันธุ์ "สายน้ำผึ้ง" จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา
    2. ส้มธนาธร เบอร์ 1 ลักษณะเด่น คือ มีสีเหลือง ลูกใหญ่ รสชาติอมเปรี้ยว มีน้ำมาก เป็นสายพันธุ์ที่บริษัทผสมพันธุ์ขึ้นมาเอง โดยนำพันธุ์ส้มสายน้ำผึ้งมาผสมกับพันธุ์ส้มเช้ง
    3. ส้มฟรีมองค์ ลักษณะเด่น คือ มีสีส้มอมแดง มีเปลือกหนา รสชาติอมเปรี้ยว
    4. ส้มผิวทอง หรือส้มเขียวหวาน ลักษณะเด่น คือ มีสีเหลือง ลูกเล็ก เป็นพันธุ์แรกที่นำมาปลูกในสวนเมื่อปี 2519

    นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบวนการผลิต
    สำหรับกระบวนการผลิต มีการติดตั้งสปริงเกอร์ไว้ที่ต้นส้มทุกต้น เพื่อรดน้ำต้นส้ม โดยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการเปิด - ปิดน้ำไว้ ทำให้ไม่ต้องใช้แรงงานคน นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นการเคลือบแว็กซ์ การคัดขนาดส้ม และการบรรจุหีบห่อส้ม ขั้นตอนทั้งหมดล้วนถูกควบคุมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้นจึงทำให้ประหยัดเวลาประหยัดแรงงานและทำให้มีผลผลิตส้มออกมาได้เกือบตลอดทั้งปี

    กระบวนการผลิต คำนึงถึงความปลอดภัยผู้บริโภค
    ก่อนจะมีการจัดเก็บผลส้ม จะหยุดใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลง เป็นระยะเวลา 2 เดือน นอกจากนี้ เมื่อเก็บส้มมาแล้ว ยังต้องผ่านขั้นตอนเพื่อให้ได้ "ส้มที่ปลอดสารพิษ" ดังนี้
    • นำส้มที่เก็บมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคในน้ำผสมคลอรีน
    • นำขึ้นสายพานเพื่อล้างด้วยน้ำสบู่
    • ล้างด้วยน้ำสะอาด
    • ล้างด้วยน้ำคลอรีนเจือจาง
    • เช็ดให้แห้ง แล้วนำไปอบแห้ง
    • นำส่งไปแว็กซ์ผิว
    • นำมาอบแห้งอีกครั้ง และนำไปสู่เครื่องคัดแยก

    ติดสติ๊กเกอร์ตราสินค้าธนาธรเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้สินค้า
    ในกระบวนการคัดสรรขนาด เริ่มจากการนำส้มเทจากตะกร้าลงสู่อ่าง เพื่อทำความสะอาดเปลือกส้ม และลำเลียงขึ้นบนสายพาน ผ่านหัวฉีดที่คอยพ่นแว็กซ์ออกมาเป็นละออง เคลือบผิวส้มไว้ ทำให้ผิวส้มเงางาม น่าทาน และเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย หลังจากนั้น จะทำการคัดเกรดส้ม โดยให้ส้มผ่านช่องที่กำหนดไว้ ส้มที่ผ่านการคัดเลือกจะมี 2 เกรด นำมาติดสติ๊กเกอร์ตราสินค้าของธนาธร เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับส้มด้วย หลังจากนั้น ก็จะนำมาบรรจุหีบห่อ ซึ่งมีด้วยกันหลายขนาด ส่วนส้มที่ไม่ได้มาตรฐาน จะไม่ติดสติ๊กเกอร์ และนำมาจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้า

    เนื่องจากพันธุ์ส้มที่มีคุณภาพ รสชาติเป็นที่ติดอกติดใจลูกค้าที่ได้ลิ้มลอง ประกอบกับมีการติดตราสินค้าธนาธรให้กับส้ม จึงทำให้ส้มของสวนธนาธรได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างกว้างขวาง และสามารถสร้างภาพลักษณ์สินค้าไว้ในระดับบนได้อย่างงดงาม

    ปัจจัยความสำเร็จ
    ความมุมานะ และการสร้างพันธมิตร
    ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สวนส้มธนาธรประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ สามารถขยายกิจการจากจุดเริ่มต้นสวนส้ม 60 ไร่ มาเป็น 2,000 ไร่ และสร้างชื่อเสียงของสวนส้มธนาธรให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายได้นั้น ก็คือความมุมานะ อดทน ล้มแล้วลุก ไม่ท้อแท้ นอกจากนี้ ด้วยความซื่อสัตย์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และตั้งใจจริงในการทำงานของคุณบัณฑูร จึงทำให้มีพันธมิตรที่พร้อมจะช่วยเหลือในยามที่เผชิญปัญหาอย่างหนักหนาสาหัส ประกอบกับการเล็งเห็นโอกาสทางการตลาด ในการสร้างตราสินค้าโดยการติดสติ๊กเกอร์ที่ผลส้ม ยังเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และทำให้สินค้าได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร จนทำให้กิจการประสบความสำเร็จมาจวบจนทุกวันนี้

    ข้อสรุปทางวิชาการ
    แม้ในกิจการที่ไม่เคยมีประสบการณ์หรือมีพื้นฐานมาก่อน แต่หากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีความตั้งใจจริงแล้ว ก็ย่อมสามารถดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ โดยมีแนวทางดังนี้
    • ควรที่จะค้นคว้าหาความรู้ด้วยการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง อย่างจริงจัง ไม่ย่อท้อ
    • การขอคำแนะนำปรึกษาจากผู้รู้หรือผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน
    • การเรียนรู้ด้วยการเดินทางทัศนศึกษาดูงานตามที่ต่างๆ
    • การสร้างพันธมิตรในการดำเนินธุรกิจเพื่อคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
    • การค้นคว้า ทดลองและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ (สายพันธุ์ใหม่)

    Keyword ส้มธนาธร สวนส้ม ไร่ส้ม ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มฟรีมองค์ ส้มผิวทอง


      ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ไร่ส้มธนาธร สวนส้ม ไร่ส้ม ส้มสายน้ำผึ้ง

    ยูสไมล์ไพโอเนียร์สตูดิโอดิจิตอล

    ยูสไมล์ไพโอเนียร์สตูดิโอดิจิตอล

    ความเป็นมา
    หากกล่าวถึง กลุ่มธุรกิจถ่ายภาพ ในรูปแบบของตู้สติ๊กเกอร์ และธุรกิจร้านสตูดิโอถ่ายภาพโดยทั่วไป จะเห็นว่าตู้สติ๊กเกอร์ มีจุดเด่นในเรื่องของความรวดเร็ว คือถ่ายภาพปุ๊บ ได้ภาพปั๊บ ทันอกทันใจลูกค้า แต่จะมีข้อด้อยในเรื่องของคุณภาพของรูปที่ถ่ายจะไม่คมชัดและมีอายุสั้น ในขณะที่สตูโอถ่ายภาพโดยทั่วไป รูปที่ถ่ายจะมีคุณภาพดี คมชัด แต่ก็มีจุดด้อยในเรื่องเวลาที่ลูกค้าต้องรอคอย เนื่องจากเมื่อลูกค้าถ่ายรูปในวันนี้ ก็ต้องรอรับรูปถ่ายในวันถัดไปหรือบางครั้งต้องรอนานนับสัปดาห์

    ใช้ความชำนาญและประสบการณ์มาสร้างโอกาสทางธุรกิจ
    จากข้อด้อยของธุรกิจถ่ายภาพในรูปแบบดังกล่าว จึงเป็นช่องทางที่ทำให้คุณพรศักดิ์ พรอนันต์รัตน์ กับเพื่อนๆ ที่ล้วนเป็นผู้ที่มีความชำนาญทางด้านไอทีและธุรกิจถ่ายภาพ และมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจทางด้านนี้เป็นอย่างดี อาทิ ตู้สติ๊กเกอร์ เคาน์เตอร์สติ๊กเกอร์ ได้ร่วมกันลงทุนเปิดร้านยูสไมล์สตูดิโอดิจิตอลขึ้น โดยเกิดจากการนำข้อดีและข้อด้อยของธุรกิจถ่ายภาพอื่นๆ เก็บเล็กผสมน้อย จนเกิดเป็นแนวคิดนำมาพัฒนาเป็นธุรกิจถ่ายภาพในรูปแบบของสตูดิโอดิจิตอลขึ้นมา

    สร้างสินค้าที่มีคุณภาพสูงจับลูกค้าระดับบน
    ยูสไมล์ เป็นสตูดิโอดิจิตอลที่นำเอาเทคโนโลยีใหม่ คือ กล้องดิจิตอลและเครื่องอัดภาพดิจิตอลมาใช้ โดยมีจุดเด่นในเรื่องของความเร็วของการรับรูป และภาพที่ได้มีความคมชัดเหมือนจริง โดยลูกค้าสามารถโพสท์ท่าและคัดเลือกรูปได้ สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ กลุ่มวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อ เนื่องจากสินค้ามีราคาค่อนข้างสูง

    มีบริการที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการลูกค้า
    ปัจจุบันยูสไมล์มีสินค้าและบริการอยู่ 4 ประเภทด้วยกัน คือ 1) ให้บริการถ่ายภาพแฟชั่นในระบบดิจิตอล 2) ให้บริการถ่ายภาพติดบัตรในระบบดิจิตอล 3) ให้บริการล้างอัดภาพในระบบดิจิตอล และ 4) จำหน่ายอุปกรณ์ดิจิตอล

    การปฏิบัติที่ดี
    ขยายช่องทางตลาดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สินค้าจะล้าสมัย
    ธุรกิจสตูดิโอดิจิตอล เป็นธุรกิจในลักษณะที่ตามกระแสแฟชั่น ที่มีวงจรธุรกิจไม่ยาวนัก ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือกลุ่มวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อ ดังนั้น การเร่งขยายช่องทางการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สินค้าจะล้าสมัย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณพรศักดิ์ พรอนันต์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูสไมล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า ธุรกิจวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยการกระจายจำนวนสาขาอย่างรวดเร็ว เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ เมื่อมาใช้บริการและมีการบอกต่อจะเกิดกระแสนิยม ทำให้ต้องเพิ่มจำนวนสาขาเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทางบริษัท จึงมีนโยบายการขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชส์ โดยแฟรนไชส์ของยูสไมล์เกิดขึ้นหลังจากที่เปิดสาขาแรกได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น ในปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 4 สาขา คือ สยามสแควร์ (ต้นแบบ) เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซีคอนสแควร์ และเดอะมอลล์บางกะปิ ซึ่งเป็นการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องใช้ระยะเวลาห่างกันประมาณ 1 เดือนเท่านั้น

    เลือกทำเลที่ตั้งให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
    นอกจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็วแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายหรือทำเลที่ตั้งของร้านก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ต้องเป็นทำเลที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อได้ ซึ่งคุณพรศักดิ์ได้กล่าวว่าทางบริษัทเริ่มทำธุรกิจนี้ที่สยามสแควร์ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองและขยายไปยังห้างที่อยู่ชานเมือง โดยกำหนดทำเลที่ตั้งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก

    คงเส้นคงวาในการควบคุมคุณภาพการผลิต
    อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีการเร่งขยายสาขา แต่ทางบริษัทก็ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ ระลึกถึงร้านอยู่เสมอเมื่อจะใช้บริการ เนื่องจากสินค้าและบริการของยูสไมล์มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับร้านถ่ายภาพทั่วไป

    ปัจจัยความสำเร็จ
    ใช้ประสบการณ์ ช่วยกำหนดกลยุทธ์การตลาดได้อย่างเหมาะสม

    ในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวไม่มากนัก กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยทั่วไปยังมีไม่สูงนัก การที่จะเข้าสู่ธุรกิจโดยกำหนดตำแหน่งของสินค้า (Position)ไว้ในระดับบน ที่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้เพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ลำบากแต่สำหรับบริษัท ยูสไมล์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งผู้บริหารมีประสบการณ์และคลุกคลีกับสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นโดยตรง กอปรกับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มมาแล้ว ทำให้มีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึง พฤติกรรมกลุ่มวัยรุ่นว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และไม่ได้รับผลกระทบ แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจเผชิญกับวิกฤติการณ์ในช่วงที่ผ่านมา การทำธุรกิจโดยมุ่งสร้างกระแสนิยม จักช่วยให้กิจการประสบความสำเร็จได้ง่าย และรวดเร็ว ซึ่งสิ่งที่กล่าวถึงนี้ คือ ปรัชญาความสำเร็จในเบื้อนต้น แต่เมื่อนำมาผนวกกับการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม โดยอาศัยข้อมูลที่ได้ศึกษามาแล้ว ย่อมรับประกันความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจนี้ได้ ทั้งนี้ผลการดำเนินงานที่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จได้เป็นอย่างดี ก็คือ ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนที่เริ่มดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้ได้มากถึง 6.6 ล้านบาท ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ



       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ยูสไมล์ไพโอเนียร์สตูดิโอดิจิตอล

    ธุรกิจผลิตภัณฑ์เซรามิค

    ธุรกิจผลิตภัณฑ์เซรามิค

    บริษัท ไทยพอทเทอรี่อินดัสตรี จำกัด (ชะเลียงเซารามิค)

    ชะเลียง เป็นชื่อที่คุ้นหูกันดีสำหรับชาวเมืองเหนือ และผู้ที่ชื่นชอบในความสวยงามของเซรามิคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชะเลียงเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมภายในครัวเรือน เมื่อปี พ.ศ. 2523 โดยมีคุณพงษ์ศักดิ์ เชิดจารีวัฒนานันท์ เป็นผู้เริ่มกิจการ

    กว่าจะมาเป็นชะเลียงเซรามิค

    หลังจากที่คุณพงษ์ศักดิ์เดินทางกลับมาจากการศึกษา ณ ประเทศออสเตรเลีย ก็คิดเริ่มกิจการของตนเองขึ้น โดยร่วมกับเพื่อนทำธุรกิจกระเบื้องมุงหลังคาที่ใช้วิธีการผลิตในระดับพื้นบ้านคือใช้เตาทุเรียง หรือเตาแมงป่องในการเผา และใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง คุณพงษ์ศักดิ์ เริ่มต้นกิจการโรงงานผลิตเซรามิคขนาดเล็กขึ้นที่ ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และใช้ชื่อว่า "โรงงานชะเลียงเซรามิค" ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทไทยพอทเทอรี่อันดัสตรี จำกัด เป็นต้น

    เมื่อพบว่าขั้นตอนการผลิตที่ใช้เตาทุเรียงและฟืนมีอันตรายคุณพงษ์ศักดิ์จึงใช้ เทคโนโลยีเตาเผาสมัยใหม่ และใช้แก๊สแทนการใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง พร้อมทั้งพัฒนาและขยายผลิตภัณฑ์ไปเป็นแจกันและกระถางเทอราคอตต้า ซึ่งในครั้งนี้ได้ภรรยา คือ คุณประณีต เชิดจารีวัฒนานันท์ มาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของรูปลักษณ์ แบบ และสีสัน

    นาการที่สำคัญอันหนึ่งของบริษัทไทยพอเทอรี่อินดัสตรี คือการก้าวจากการผลิตเพื่อ ป้อนตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว ไปเป็นการผลิตเพื่อต่างประเทศแล้ว โดยได้รับคำแนะนำและการช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมการส่งออก (DEP: Department of Export Promotion) ไปออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ได้ความคิด และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจเซรามิคที่ทำอยู่ การออกแบบผลิตภัณฑ์เองจากประสบการณ์ที่ได้รับบวกกับคุณภาพการผลิตที่ดี ทำให้ชะเลียงเซรามิคเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นในต่างประเทศ

    อุปสรรคระหว่างทางสู่ความสำเร็จ

    แน่นอน หนทางสู่ความสำเร็จย่อมต้องมีอุปสรรค เมื่อธุรกิจแจกันและกระถางเทอราคอตต้าขยายตัวมากขึ้น ชะเลียงก็มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นในเรื่องของราคาที่ถูกกว่าเป็นหลักทำให้คุณพงษ์ศักดิ์ ตัดสินใจวางแผนปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์อีกครั้งจากกระถางเทอราคอตต้า ไปเป็นสินค้าที่สามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่า โดยเน้นกลุ่มผู้บริโภคที่มีรสนิยมเป็นหลัก ดังนั้นจึงมุ่งการผลิตสินค้าประเภทใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น นั่นคือ สินค้าประเทศสโตนแวร์ (ตนแวร์) (Stoneware) อันได้แก่ ชุดอาหาร แจกัน กระถาง และของใช้ภายในบ้านอีกหลายชนิดที่มีการออกแบบรูปทรง และลวดลายที่เป็นลิขสิทธิ์ของตนเอง โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า Jaliang Collection เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากลในเรื่องของการให้ความสำคัญกับสุนทรีย์ในชีวิตประจำวัน และภายในเวลาไม่นาน ชะเลียงเซรามิคก็สามารถทำยอดขายได้ใกล้เคียงกับยอดขายก่อนการปรับเปลี่ยนสายผลิตภัณฑ์และปรับตัวสูงขึ้นอีกกว่าอีก30%ในปีต่อไป

    ลักษณะธุรกิจ

    กิจการของชะเลียงเติบโตมาจากธุรกิจภายในครอบครัว จนขยายมาเป็นบริษัทจำกัดซึ่งปัจจุบันได้แบ่งโครงสร้างกิจการออกเป็น 6 ส่วนด้วยกัน คือ บริหารงานทั่วไป พัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด บัญชีและการเงิน สารสนเทศ และคณะกรรมการ โดยมีคุณพงษ์ศักดิ์ เป็นประธาน และคุณประณีตเป็นกรรมการผู้จัดการ (ดังภายประกอบ 1.1) ซึ่งหลักในการบริหารจะมาจากประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจที่ผ่านมา และจากหนังสือต่าง ๆ โดยกรรมการผู้จัดการจะมีอำนาจการตัดสินใจในชั้นสูงสุด

    ใครคือลูกค้า

    บริษัทไทยพอทเทอรี่อันดัสตรี จำกัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งปลีกและส่งให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ลูกค้าสำคัญ ๆ ในประเทศได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และบริษัท ซี.อาร์.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล นอกจากนี้ ชะเลียงยังส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศอีกด้วย โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดแรกที่ส่งออก และขยายต่อๆ ไปในประเทศต่างๆ ได้แก่ อังกฤษ อิตาลี ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และไต้หวัน

    เบื้องหลังความสำเร็จ

    ชะเลียงให้ความสำคัญกับความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สินค้าของชะเลียงจึงมีจุดเด่นมากในเรื่องของรูปทรง สีสันลายเส้น และความหลากหลาย

    Jaliang Collection
    มีการออกแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ซ้ำแบบใคร รูปทรงจะแปลกตา หลีกหนีจากความจำเจเดิม ๆ ของผลิตภัณฑ์ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวให้กับสินค้าว่าจานจะต้องกลม แบนเสมอไป หรือแจกันจะต้องโค้งเว้าตรงนี้ และเมื่อผสมผสานกับความอ่อนช้อยของเทคนิคการปั้นด้วยแล้ว ทำให้ผลิตภัณฑ์ของชะเลียงมีความสวยงาม สมัยใหม่ และสะดุดตาจนน่าหยิบใช้ ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ธุรกิจผลิตภัณฑ์เซรามิค

    ขายปลาสวยงาม ธุรกิจขายปลาสวยงาม

    ขายปลาสวยงาม ธุรกิจขายปลาสวยงาม

    เงินลงทุน
    ครั้งแรกประมาณ 20,000 - 30,000 บาท

    วัสดุ/อุปกรณ์
    ตู้เลี้ยงปลา เครื่องทำออกซิเจน ตู้พักปลา กระชอนช้อนปลา เครื่องดูด/ถ่ายน้ำ เครื่องกรองน้ำ อาหารปลา และอุปกรณ์ประดับตู้ปลา

    แหล่งจำหน่ายพันธุ์ปลา/อุปกรณ์
    บางบัว เขตบางเขน สวนจตุจักร

    วิธีดำเนินการ
    1. หาซื้อตู้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ ประมาณ 2-3 ตู้ แล้วล้างน้ำให้สะอาด
    2. นำตู้ปลาไปตั้งในที่จัดเตรียมไว้ บรรจุหิน ปะการังและต้นไม้น้ำ ตกแต่งให้สวยงาม ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ และเครื่องทำออกซิเจนลงในตู้


    3. ใส่น้ำลงในตู้ปลาให้เกือบเต็ม โดยใช้เครื่องดูดน้ำจากน้ำสะอาดที่เตรียมไว้แล้วในอีกภาชนะหนึ่ง
    4. นำพันธุ์ปลาที่เป็นที่นิยมของตลาด เช่น ปลาเงินปลาทอง ปลาคราฟ ปลาบอลลูน ปลาเทวดา ฯลฯ มาใส่ในตู้พักปลา เพื่อปรับสภาพหลังการ เคลื่อนย้าย
    5. เมื่อปลาแข็งแรงดีแล้ว ใช้กระชอนค่อย ๆ ช้อนปลาลงในตู้ปลาที่จัดเตรียมไว้ในปริมาณที่เหมาะสมกับเนื้อที่ว่างของตู้
    6. ให้อาหารปลาเป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ในปริมาณที่พอเหมาะวันละ 1 ครั้ง หากปลากัดกันให้แยกออก หรือปลาเป็นโรคให้แยกปลาไว้ต่างหากแล้วใช้ยารักษา และเปลี่ยนน้ำใหม่ในตู้ปลา หมั่นเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาทุกวัน

    ตลาด/แหล่งจำหน่าย
    ย่านชุมชน หรือใกล้สถานศึกษา

    สถานที่ให้คำปรึกษา
    1. สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงาม กรมประมง โทร.558-0172
    2. ประมงจังหวัดทุกจังหวัด

    ข้อแนะนำ
    1. ผู้ประกอบอาชีพนี้ ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของปลา โดยศึกษาจากหนังสือหรือสอบถามผู้มีความรู้ เพื่อสามารถเลี้ยงได้ถูกวิธี และแนะนำลูกค้าได้
    2. น้ำที่ใส่ในตู้ปลา หากจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ควรรองน้ำทิ้งไว้ ก่อนนำไปใช้
    3. ควรมีอุปกรณ์ประดับตู้ปลา อาหาร และยารักษาปลาจำหน่ายร่วมด้วย เพื่อเพิ่มรายได้


      ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ขายปลาสวยงาม ธุรกิจขายปลาสวยงาม

    เถ้าแก่น้อย เปิดตำนานอาณาจักรสาหร่ายสายพันธุ์ไทย

    เถ้าแก่น้อย เปิดตำนานอาณาจักรสาหร่ายสายพันธุ์ไทย

    เมื่อเอ่ยถึงสาหร่ายญี่ปุ่นทอดกรอบภายใต้ชื่อ เถ้าแก่น้อย เชื่อว่าในแวดวงเอสเอ็มอี และสาวกสแน็คไทยคงรู้จักกันดี หากย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนได้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดากับ ยอดการส่งออกสาหร่ายญี่ปุ่นทอดกรอบ เถ้าแก่น้อย ที่พุ่งกระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ช่วงชิงเค้กก้อนใหญ่ของตลาดสแน็คสูงถึง 70% ส่งผลให้ เถ้าแก่น้อย แบรนด์ไทยขึ้นแท่น เบอร์หนึ่งของสแน็คสาหร่ายไปโดยปริยาย นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของ อิทธิพันธ์ กุลพงษ์วณิชย์ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจขนาดเล็ก ของตัวเอง จนปัจจุบัน เถ้าแก่น้อย กลายเป็นธุรกิจสแน็คไทยที่ส่งออก 10 ประเทศ หลังจาก เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพียงแค่ 9 เดือนเศษเท่านั้น

    ความเป็นมา

    เปิดใจซีอีโอรุ่นใหม่ หัวใจบิ๊ก

    อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ได้ย้อนเรื่องราวก่อนที่จะก้าวมานั่งเก้าอี้ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้ฟังว่า ตนเองเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลกุลพงษ์วณิชย์ มีพี่ชายหนึ่งคนและพี่สาวอีกหนึ่งคน ชีวิตในวัยเด็กก็ไม่ได้แตกต่างกับเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันนัก ชอบเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ออนไลน์เป็นประจำ วันหนึ่งในระหว่างที่เล่นเกมส์อยู่นั้น เขาได้พบกับเจ้าของเว็บ เซอร์เวอร์โดยบังเอิญ และได้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงรูปแบบเกมส์ จากจุดนี้เองที่ทำให้เจ้าของ เว็บเซอร์เวอร์สนใจและติดต่อเข้าร่วมงาน โดยให้เสนอไอเดียแปลกใหม่ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุง รูปแบบเกมส์ โดยให้ค่าแรงเดือนละประมาณ 1000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 40000-50000 บาท

    "ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 เกมส์ออนไลน์เริ่มเสื่อมความนิยมลง ทางเจ้าของเกมส์เขาจำเป็นต้องลดการจ้าง พนักงาน ผมก็ต้องมองหาธุรกิจอย่างอื่นทำแทน จึงเริ่มมองธุรกิจที่คิดว่าน่าจะขายได้เรื่อยๆ สุดท้ายมาลงเอย ที่ธุรกิจร้านอาหาร ตอนนั้นผมไปเดินในงานแสดงสินค้าที่เมืองทองธานี ไปพบกับเครื่องคั่วเกาลัดก็เลยสนใจ เพราะเป็น คนชอบทานเกาลัดอยู่แล้ว และคิดว่าถ้าขายน่าจะมีกำไรดี เพราะในบ้านเรายังใช้คนคั่วอยู่เลย"

    การก้าวเดินเข้าสู่วังวนแห่งโลกธุรกิจด้วยวัยเพียง 18 ปี ทำให้อิทธิพันธ์ต้องเรียนรู้และฝึกฝนประสบการณ์ เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นคง เขาต้องเผชิญกับบททดสอบต่างๆ มากมายบนเส้นทางสายธุรกิจ และบททดสอบแรกสอนให้เขาได้รู้ว่า การเลือกทำเลที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร

    "เดือนแรกผมขายเกาลัดขาดทุนทุกวัน แต่ก็สู้ต่อจนเปิดสาขาใหม่อีกสาขาหนึ่ง ผมขายขาดทุนหนักกว่าเดิม จนเริ่มรู้สึกท้อและคิดว่าจะเลิกทำต่อแล้ว พอดีห้างโลตัสติดต่อเข้ามา บอกให้ลองไปดูทำเลก่อน ตอนนั้นเริ่มคิดว่า เพราะเราอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมจึงทำให้ขายไม่ดี ผมก็เลยเริ่มไปหาหนังสือเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งตามหลักฮวงจุ้ยมาศึกษา และก็ได้รับคำตอบว่าทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดควรจะอยู่ทางด้านซ้ายของประตูทางออกเสมอ"

    การปฏิบัตที่ดี

    ต่อยอด เพิ่มมูลค่า พัฒนาผลิตภัณฑ์

    หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลการทำธุรกิจอย่างจริงจับ อิทธิพัทธ์จึงเริ่มต้นใหม่ในบทบาทนักธุรกิจอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาสามารถก้าวผ่าน บันไดความสำเร็จขั้นแรกจากยอดขายเกาลัดด้วยเม็ดเงิน 5000 บาทในวันแรกที่เปิดดำเนินการ และยังสามารถแตกสาขาออกไปถึง 20 สาขา ภายในเวลา 1 ปี เมื่อกิจการเริ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เขาจึงตัดสินใจพักการเรียนไว้ เพื่อมาดูแลกิจการด้วยตนเอง จนกระทั่งกิจการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 เขาสามารถขยายสาขารวมไม่ต่ำกว่า 30 สาขา จากความได้เปรียบของการมีหน้าร้าน ทำให้ซีอีโอหนุ่มคิดต่อยอดธุรกิจด้วยการนำผลิตภัณฑ์ที่มี คอนเซ็ปต์ใกล้เคียงกันมาวางจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แก่ลูกค้าเช่น ลูกพลับแห้ง ลำไยอบแห้ง และสาหร่ายทอดกรอบ ซึ่งได้รับการตอบรับ จากลูกค้าเป็นอย่างดี

    "ผมเห็นว่า มันมีอนาคต จึงเริ่มคิดที่จะพัฒนาต่อยอดออกไป โดยเริ่มนำสินค้าตัวอย่างไปเสนอขายให้กับร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่คิดว่าเหมาะสมกับสินค้า แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเขาบอกกลับมาว่า สินค้ายังต้องพัฒนาอีกหลายด้าน" อ่านภายในเอกสารต่อคะ


      ดาวน์โหลด : กรณีศึกษา เถ้าแก่น้อย เปิดตำนานอาณาจักรสาหร่ายสายพันธุ์ไทย

    ข้าวแต๋นน้ำแตงโม

    ข้าวแต๋นน้ำแตงโม
    สแน็คไทย ใส่ใจคุณภาพ

    ข้าวเหนียวแผ่นกลม ทอดลงในกระทะ พอได้ที่จึงยกลงพัก แล้วตกแต่งด้วยหน้าต่าง นี่คือส่วนหนึ่งในการทำตากแห้ง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม หรือที่เรารู้จักกันดีว่า ขนมนางเล็ด ปัจจุบันขนมนางเล็ด ถูกพัฒนามาเป็นข้าวแต๋นน้ำแตงโม โรยด้วยหน้าต่างๆ เช่น ธัญพืช หมูหยอง งาขาว งาดำ ซึ่งล้วนมี ประโยชน์ทั้งสิิ้น ด้วยราคาที่ถูก กับรสชาติที่ใครลิ้มลอง แล้วจะต้องติดใจ แถมยังให้คุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกที่ข้าวแต๋นน้ำแตงโมกลายเป็นของฝากที่ใครๆ ต่างก็เรียกหา

    ความเป็นมา

    จากหนุ่ม กฟฝ. กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจข้างแต๋นเลื่องชื่อ คุณสุธาณี เยาวพัฒน์ เจ้าของธุรกิจข้าวแต๋นน้ำแตงโมแม่บัวจันทร์เล่าว่า เคยทำงานอยู่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการหมวดกังหันไอน้ำ ฝ่ายวิศวกรรมเครื่องยนต์ ในระหว่างการทำงาน ยังประกอบธุรกิจ ส่วนตัวจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน


    รวมทั้งขนมพื้นเมืองต่างๆ และยังเป็นวิทยากรให้กับสถาบันราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์จากการที่คุณสุธาณีมีความสนใจโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ otop ของหมู่บ้านทุ่งม่านเหนือ จังหวัดลำปา และพี่สาวของภรรยาก็เป็นผู้ทำข้าวแต๋นน้ำแตงโมที่มีชื่อเสียงรายหนึ่ง คุณสุธาณีจึงตัดสินใจออกจากกฟฝ. และหันมาจับธุรกิจข้าวแต๋นน้ำแตงโมกับภรรยาคู่ชีวิต พร้อมกับใช้ความรู้ทางด้านการบริหาร การจัดการ และใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่พัฒนาตลาดให้ดียิ่งขึ้นคุณสุธาณี เล่าว่า ข้าวแต๋นน้ำแตงโมกำลังไปได้ดี ทั่งตลาดในประเทศและต่างประเทศที่ให้การยอมรับ นอกจากจะสร้างรายได้ และทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว ยังช่วยให้กลุ่มแม่บ้านที่จังหวัดลำปางกว่า 70 คนมีงานทำและมีรายได้เสริมอีกด้วย

    การค้นหาช่องทางธุรกิจที่สามารถนำมาเป็นจุดชาย
    ข้าวแต๋นไทย
    ติดปีกโกอินเตอร์
    จากการทดลองนำน้้ำสมุนไพรผสมกับข้าวเหนียว เพื่อผลิตข้าวแต๋นและ ศึกษารสชาติมาเป็นเวลานาน กว่าจะมาลงตัวที่น้ำแตงโม คุณสุธาณีเล่าว่า โดยปกติคนที่ชอบรับประทานขนมนางเล็ดจะรู้สึกฝืดคอ คอแห้ง เนื่องจาก ส่วนผสมหลักของขนมนางเล็ดคือ ข้าวเหนียว จากจุดนี้เองจึงพัฒนาขนม นางเล็ดให้เป็น ข้าวแต๋นน้ำแตงโม เพราะน้ำแตงโมมีสรรพคุณรักษาโรคต่างๆ ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ ในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยผลิตข้าวแต๋นน้ำแตงโมในรูปแบบต่างๆ ให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นๆ เช่น ข้าวแต๋นราดด้วยช็อคโกแลต ข้าวแต๋นรสลาบ เป็นต้น

    ปัจจุบันข้าวแต๋นน้ำแตงโมสามารถโกอินเตอร์ไปต่างประเทศได้ คุณสุธาณีเล่าว่า เราจะมองหาเพื่อนที่เดินทางไปต่างประเทศ และก็ฝากข้าวแต๋นไปขาย เพราะถ้าเราขายราคาจะอยู่ประมาณ 20 กว่าบาท พอไปส่งต่างประเทศเขาจะขายกันประมาณ 170 บาท ซึ่งกำไรค่อนข้างสูง แต่เราก็ไม่สนใจว่าเขาจะเอาไปขายเท่าไหร่ เพราะต้องการ ผลิตสินค้าขายให้ได้ปริมาณมากๆ ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ข้าวแต๋นน้ำแตงโม สแน็คไทย ใส่ใจคุณภาพ

    ร้านข้าวกล้องวาฬน้อย

    ร้านข้าวกล้องวาฬน้อย

    ความเป็นมา
    จากกระแสความนิยมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจต่ออาหารเพื่อสุขภาพที่มีการนำเอาพืชสมุนไพรที่ปลอดสารพิษมาใช้ จึงส่งผลให้อาหารชนิดดังกล่าว มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทั้งลักษณะการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมเมืองที่มีความเร่งรีบอยู่เสมอ ทำให้มีเวลาเพียงน้อยนิดในการเตรียมอาหารเอง ส่งผลให้เกิดแนวคิดในการนำความสนใจของอาหารเพื่อสุขภาพกับความเร่งรีบในการใช้ชีวิตประจำวันมาผนวกเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นที่มาของร้านอาหารจานด่วนที่มีชื่อว่า "ร้านข้าวกล้องวาฬน้อย" หรือ Whale Herbs & spices Cafe

    ร้านข้าวกล้องวาฬน้อยได้เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2542 ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารของบริษัทสวนบางกระเจ้า จำกัด ซึ่งบริษัทฯนี้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม มีส่วนเกื้อหนุนกับธุรกิจร้านอาหารอยู่แล้ว ทั้งนี้ คุณอุษา ถนอมพงษ์พันธ์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสวนบางกระเจ้า จำกัด ได้วางแนวทางการดำเนินการของร้านข้าวกล้องวาฬน้อย คือ "การเป็นร้านอาหารจานด่วนไทยเพื่อสุขภาพ และเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคให้หันมานิยมบริโภคอาหารสมุนไพรและเครื่องเทศ"

    สาขาแรกที่เป็นสาขาต้นแบบ ได้เปิดดำเนินการที่อาคารทรัพย์สิน ตั้งอยู่เลขที่ 22-24 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งการเปิดร้านในช่วงนั้น ตรงกับช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ดังนั้นแนวทางการดำเนินการของร้าน จึงเน้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น เป็นหลัก อันเป็นที่มาของแนวคิดในการเปิดสาขาต่อๆ ไป

    สินค้าที่ให้บริการภายในร้าน จะแบ่งเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เบเกอรี่ กาแฟสด มุมหนังสือและของที่ระลึก ที่นำเอาตราสัญญาลักษณ์ของร้าน คือ รูปปลาวาฬมาผลิต เช่น แก้วน้ำ แก้วกาแฟ สมุด เป็นต้น ส่วนการประกอบอาหารจะเน้นการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรและเครื่องเทศเป็นหลัก โดยมีรายการอาหารให้เลือกประมาณ 13 ชนิด ทั้งรายการที่ประกอบอาหารโดยใช้เนื้อสัตว์ และไม่ใช้เนื้อสัตว์ และถ้าเป็นประเภทข้าวแล้ว ทางร้านจะใช้ข้าวกล้องทั้งหมด ส่วนเครื่องดื่ม จะเน้นเครื่องดื่มที่ทำมาจากพืชสมุนไพรและผลไม้ โดยทางร้านจะไม่นำเอาน้ำอัดลมที่มีอยู่ในท้องตลาดมาวางขาย เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของร้านให้ดูเป็นร้านที่ให้บริการอาหารซึ่งผลิตมาจากผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และที่สำคัญ คือ ต้องการให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากสารอาหารที่มีคุณค่าจากรายการอาหารต่างๆ ของทางร้าน

    สำหรับการตบแต่งร้าน จะแต่งร้านคล้ายกับร้านอาหารจานด่วนโดยทั่วไป คือ มีบรรยากาศร่วมสมัย การจัดวางโต๊ะจะไม่แน่นเกินไป บรรยากาศแบบสบายๆ แต่จะเพิ่มการตบแต่งโดยที่จะมีการนำเอาภาพสมุนไพรและเครื่องเทศต่างๆ พร้อมบรรยายสรรพคุณของสมุนไพรและเครื่องเทศชนิดนั้นๆ มาตบแต่ง ซึ่งก็จะทำให้ลูกค้าทราบถึงข้อดีของอาหารต่างละอย่างที่ตนเองได้เลือกรับประทาน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรู้สึกและบรรยากาศที่ดูใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

    ในอนาคตอันใกล้ ทางร้านมีแผนที่จะเพิ่มรายการอาหารให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยการพิจารณาจากความนิยมของผู้บริโภคที่มีอยู่ในตลาด นำเอามาพัฒนาเป็นสูตรอาหารเฉพาะของร้าน เพื่อพยายามตอบสนองต่อรสชาติที่คนไทยชอบและถูกปากให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังต้องการขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยจะเปิดในศูนย์การค้าเพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าและสร้างความรู้จักคุ้นเคยให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ

    การปฏิบัติที่ดี
    บริษัท สวนบางกระเจ้า จำกัด เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2531 โดยทำธุรกิจด้านค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทั้งนี้ หากธุรกิจต้องการขยายกิจการ จะมีแนวทางหลัก 2 แนวทาง คือ ขยายการลงทุนในบริษัทเดิม หรือขยายไปกิจการอื่นเพิ่มเติม การเลือกที่จะขยายไปกิจการอื่นๆ ยังมีทางเลือกย่อยได้อีก 2 ทางคือ การขยายไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก ซึ่งเรียกว่า การขยายธุรกิจในแนวตั้ง (Vertical Investment) หรืออีกทางหนึ่งเป็นการขยายไปสู่ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก (Horizontal Investment) ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจหลัก คือ ค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม อาจขยายกิจการไปสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

    สำหรับกรณีของบริษัท สวนบางกระเจ้าที่เปิดร้านอาหารขึ้นมานั้น ถือเป็นการขยายธุรกิจในแนวตั้ง (Vertical Investment) เนื่องจากการทำธุรกิจร้านอาหาร มีความเกี่ยวพันกับธุรกิจเดิม คือ การค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม โดยเหตุที่มีการขยายธุรกิจในแนวตั้ง ก็เนื่องจาก ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจทางด้านอาหารมายาวนานของผู้บริหาร ทำให้ทราบถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนของธุรกิจได้ในระดับหนึ่ง และยังสามารถคาดคะเนได้ถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร เมื่อผนวกกับร้านอาหารที่มีความใหม่มีจุดขายที่ ไม่เหมือนใคร ก็คือ การผสมผสานอาหารจานด่วนกับกระแสความนิยมอาหารประเภทสุขภาพและสมุนไพรเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้บริหารของบริษัทสวนบางกระเจ้า มั่นใจได้ในระดับหนึ่งถึงความสำเร็จของกิจการ

    ในทางตรงข้าม หากบริษัทฯต้องการขยายธุรกิจไปในสายที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักเลย อาจมีความเสี่ยงจากประสบการณ์ด้านอื่นๆ ที่มีน้อยกว่าประสบการณ์ด้านอาหาร จึงมีความเสี่ยงที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการทำร้านอาหาร จึงนับว่า เป็นการคิด ตัดสินใจ และการปฏิบัติที่ดีเมื่อไม่นำเงินทุนจากผู้ถือหุ้น ไปร่วมลงทุนในกิจการที่ไม่มีความชำนาญหรือมีความเสี่ยงสูงกว่า

    ปัจจัยความสำเร็จ
    จากความสำเร็จของ ร้านข้าวกล้องวาฬน้อยที่ได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542 นั้น จะเห็นได้ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากปัจจัยความสำเร็จเหล่านี้ประกอบกัน

    นำความรู้ความชำนาญจากประสบการณ์ในอดีตมาใช้ประโยชน์
    จากประสบการณที่สั่งสมมานานปีในธุรกิจค้าอาหาร ทำให้ร้านสามารถเอาจุดแข็งนี้มาเป็นตัวสนับสนุนในการวางรากฐานทางด้านการดำเนินกิจการและบริการ ทำให้ร้านสามารถวิเคราะห์และหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากการที่ร้านมีพื้นฐานแนวความคิดในการพัฒนารายการอาหารใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการสร้างความแตกต่างหรือเอกลักษณ์ของร้านขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าได้จดจำและกลับมาใช้บริการอีก

    มองเห็นโอกาสจากกระแสความนิยมอาหารเพื่อสุขภาพ
    จากกระแสความตื่นตัวของคนไทยที่มีต่ออาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่นำเอาพืชสมุนไพรและเครื่องเทศไทยที่คนไทยคุ้นเคยมาใช้ในการประกอบอาหาร ทำให้ความต้องการในการบริโภคอาหารในลักษณะนี้มีสูงขึ้น ถ้ากระแสความนิยมนี้ยังคงอยู่ต่อไป ก็น่าจะเป็นหลักประกันที่มั่นใจได้ว่าธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพนี้ จะยังคงมีอนาคตที่สดใสอยู่ ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ

    Keyword
    ร้านข้าวกล้องวาฬน้อย วาฬน้อย อาหารสุขภาพ อาหารมังสวิรัติ ชีวจิต อาหารสมุนไพร ร้านอาหาร ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ยูสไมล์ไพโอเนียร์สตูดิโอดิจิตอล

    Quick Service ธุรกิจแฟรนไชส์บริการครบวงจร

    Quick Service ธุรกิจแฟรนไชส์บริการครบวงจร

    หนึ่งใน sme ทีมีทุกอย่างที่ว่าก็คือ Quick Service (ควิกเซอร์วิส) ธุรกิจแฟรนไชส์บริการครบวงจรพันธุ์ไทยแท้ที่แจ้งเกิดขึ้นจากการต่อยอดจากแบรนด์สู่แบรนด์ ของสองพี่น้อง "ชัยนนท์" และ "ชาตรี ศรีชัยวาณิชย์" กรรมการผู้จัดการบริษัทสามาร์ทโพสต์ (Smart Post) แบรนด์ตัวพี่ที่แจ้งเกิดไปเมื่อ 5 ปีก่อน พร้อมสาขามากกว่า 90 สาขา ก่อนที่จะหันมาปั้นแบรนด์ควิกเซอร์วิสเมื่อปี 2553 โดยมีชัยนนท์ นั่งตำแหน่ง Brand Manager และกรรมการผู้จัดการทั่วไปโดยใช้ความแตกต่างที่แฟรนไชส์สามาร์ทโพสต์ไม่มี มาสร้างจุดแข็งให้แบรนด์ตัวใหม่ นั่นคือ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ลงทุนครั้งเดียวจบ

    "จริงๆ แล้วธุรกิจของเราเริ่มมาจากนายหน้าประกันภัย ซึ่งเมื่อก่อนบูมมากๆ วันหนึ่งเราต้องส่งกรมธรรม์ให้ลูกค้าเยอะมาก เห็นว่าแต่ละวันมีคนไปใช้บริการเยอะ ก็เลยคิดว่าธุรกิจนี้น่าลงทุน และช่วง นั้นก็เริ่มมีคนเปิดกันแล้วก็เลยมาเปิดสมาร์ทโพสต์แล้วธุรกิจมันก็บูม คุณชาตรี ศรีชัยวาณิชย์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็ชวนผมมาช่วยงานแล้วพอเปิด Quick Service ผมก็แยกมาดูตัวนี้ ซึ่งต่างจากแฟรนไชส์ สมาร์ทโพสคือ ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ลงทุนครั้งเดียวจบ เป็นอีกทางเลือกให้แก่ลูกค้า ส่วนลูกค้าที่ต้องการให้เราดูแลต่อเนื่องและบริการที่เข้มมากขึ้น ก็เลือกสมาร์ทโพสต์ซึ่งมีค่าธรรมเนียมรายปี" ชัยนนท์เล่าถึงที่มาของการแตกแบรนด์เพื่อสร้างความแตกต่างของธุรกิจในไลน์เดียวกัน

    Quick Service เป็นธุรกิจให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่บริการส่งเอกสารและพัสดุด่วน บริการโอนเงินธนาคาร ให้บริการทำ พ.ร.บ.ประกันภัย ต่อภาษี ชำระค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ค่าผ่อนสินค้า สินเชื่อเช่าซื้อ ไปจนถึงงานถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม เคลือบบัตร รับส่งแฟกซ์ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริการถ่ายรูปและพิมพ์รูปด่วนอีกด้วย เน้นการให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว โดยเขตกรุงเทพ และ ปริมณฑลให้บริการ 2 รอบ คือรอบเที่ยงและสี่โมงครึ่งส่วนต่างจังหวัด 1 รอบคือบ่ายสามโมง เพื่อให้เอกสารหรือพัสดุถึงมือลูกค้าได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นที่มาของ quick service คือการให้บริการที่รวดเร็ว ฉับไว และครบวงจร ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของธุรกิจที่จะสร้างความมั่นใจและมั่นคงให้แก่ลูกค้าในการลงทุนกับแฟรนไชส์ Quick Service นอกจากการที่ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี

    รูปแบบและเงื่อนไขการลงทุน

    ชัยนนท์อธิบายรูปแบบและเงื่อนไขการลงทุนในแฟรนไชส์ Quick Service ว่ามี 2 แบบให้เลือก แบบแรกคือ No brand โดยลงทุน 150000 บาท ลูกค้าจะได้รับบริการตกแต่งร้าน คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต พร้อมอุปกรณ์ สำนักงาน เช่น โทรศัพท์ เครื่องชั่ง เครื่องพรินต์ ใบเสร็จกล่อง ซอง สำหรับบรรจุเอกสารและพัสดุ ป้ายหน้าร้าน ส่วนชื่อหรือแบรนด์ของร้านลูกค้าจะเป็นผู้ตั้งช่ือเอง แบบที่สองคือ Full shop คือลงทุน 250000 บาท ลูกค้าจะได้รับทุกอย่างเช่นเดียวกับแบบแรก แต่จะได้เพิ่มเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องใหญ่ เครื่องเข้าเล่ม เครื่องเคลือบบัตร เครื่องถ่ายรูปและศูนย์บริการถ่ายรูปด่วน พร้อมป้ายไฟล้อเลื่อนหน้าร้าน โดยทั้งสองแบบมีจัดอบรม การทำธุรกิจให้ฟรี ทั้งทฤษฏีและการปฏิบัติ โดยให้ทดสอบให้รับลูกค้าหน้าร้านจริงๆ นอกจากนี้ยังมีบริการหลังการขายเช่น ออกเอกสารกรรมธรรม์ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการต่อ ต่อ พ.ร.บ.ประกันภัยหรือต่อภาษี เนื่องจากบริษัทเป็นนายหน้าประกันอยู่แล้ว หรือให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ในกรณีที่มีปัญหา หรือไม่สามารถแก้ปัญหาลูกค้าได้ ส่วนกรณีที่อุปกรณ์ขัดข้องหรือเสีย ทางบริษัทจะติดต่อคอลเซ็นเตอร์ ส่งทีมช่างเข้าไปดูแล หรือซ่อมแซมให้

    "สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นจุดเด่นของแฟรนไชส์ของเราก็คือ เราตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากลงทุนครั้งเดียวจบ ไม่ต้องมีการเรียบเก็บค่าธรรมเนียมรายปีหรือส่วนแบ่งการตลาดใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าซื้อขาดแล้วเราจะไม่ดูแล เรายัง โทรคุยให้คำปรึกษา อย่างซอฟต์แวร์ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อมาจากใครก็ตาม มีปัญหาโทรหาเราได้ แล้วเราก็มีใบปลิวช่วยประชาสัมพันธ์ให้ โปรโมรตในเว็บไซต์ของเรา จุดดีอีกอย่างคือลูกค้ามีสิทธิ์ในการบริหารจัดการร้านของเขาเอง เราจะไม่เข้าไปก้าวก่ายว่าคุณต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างกล่องไปรษณีย์หมด เขาไปหาซื้อที่ไหนก็ได้ที่ถูกที่สุดสำหรับเขา แต่ถ้าจะสั่งผ่านเรา ก็จะแนะนำดีลเลอร์ให้" ชัยนนท์บอก
    ถามว่าแบบไหนที่ลูกค้าสนใจมากที่สุด ได้รับคำตอบว่าแบบที่ลงทุน 250000 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่ามีบริการครบวงจรมากที่สุด นอกจากนี้ยังสร้างสัมพันธ์ทางธุรกิจกับธุรกิจหรือบริการอื่นที่ Quick service ไม่มี เช่น ลูกค้าที่เดินเข้ามาติดต่อจองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟหรือรถทัวร์ ทางร้านสามารถแนะนำร้านสาขาแฟรนไชส์ที่เปิดให้บริการตั๋วหรือบริการอื่นๆ ที่ทาง Quick service ไม่มี ซึ่งเป็นอีกช่องทางธุรกิจ ซึ่งลูกค้าที่ีมีหัวการค้า สามารถต่อยอดกับอีกธุรกิจได้

    หลังจากเปิดตัวมาได้ 3 ปี ปัจจุบัน Quick Service มีสาขาทั้งกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เช่น อยุธยา สมุทรสาคร กาญจนบุรี สุราษฏร์ธานี สงขลา สตูล นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ระยอง รวมกว่า 30 สาขา ซึ่งบริษัทมีแนะนำลูกค้าในการเลือกที่ตั้งร้านที่เน้นทำเลในย่านชุมชน เช่น หมู่บ้าน เคหะเอื้ออาทร หรือชุมชนใหญ่ที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปทำธูรกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สร้างทางรอดในธุรกิจให้ลูกค้า และถึง จุดคุ้มทุนได้เร็ว

    ความสำเร็จของธุรกิจแฟรนไชส์

    ชัยนนท์เผยเคล็ดลับความสำเร็จในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ว่าอยู่ที่เจ้าของแฟรนไชส์และลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชนส์ที่จะต้องช่วยกันปั้นแบรนด์ โดย Quick Service มีหน้าที่ในการถ่ายทอดธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหาร จัดการร้าน การบริการหลังการขาย และการสร้างให้แฟรนไชส์ตะหนักถึงคุณภาพของการบริการ ความจริงใจ ซึ่งหากบริการดี ลูกค้าก็จะต้องบอกต่อปากต่อปาก ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ง่ายๆ โดยไม่ต้องทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นให้แฟรนไชส์ในการลงทุน เช่น แนะนำทำเล จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะไปรอด และต้องมองถึงความพร้อมของแฟรนไชส์ เช่น สถานที่ตั้ง งบลงทุน พนักงาน ซึ่งความซื่อสัตย์ และจริงใจต่อลูกค้า เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ต้องให้ความสำคัญมาก ส่วนคนที่สนใจทำธุรกิจ ชัยนนท์ให้คำแนะนำว่าจะต้องมีใจรักการบริการ ต้องมี Service Mind จริงใจและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เป็นธุรกิจที่ เหมาะสำหรับคนที่อยากเบนเข็มจากงานประจำมาเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด

    ฟันธง แฟรนไชส์ขายบริการ อนาคตไกล

    "ผมมั่นใจว่าธุรกิจไปรษณีย์เอกชนยังไปได้ไกล โดยเฉพาะบริการครบวงจรอย่าง Quick Service ความจริงแล้วเราไม่ใช่บริการไปรษณีย์ งานส่งไปรษณีย์เป็นส่วนหนึ่งในบริการของเราเท่านั้น มีธุรกรรมมากมายที่คนต้อง มาใช้บริการในแต่ละวัน อย่างบิลค่าน้ำ ค่าไฟ หรือบิลบางอย่างถ้าจ่ายเกินกำหนดระบบออนไลน์ก็ไม่รับ ซึ่งตรงนี้เป็นโอกาสของเรา และการติดต่อธุรกิจมันก็มีทุกวัน เช่น โอนเงิน ส่งจดหมาย เอกสารงานออฟฟิส เข้าไป ไปรษณีย์ก็ต้องรอบัตรคิว มาที่เราสะดวกกว่า แป๊บเดียวก็เสร็จ"

    ส่วนแผนธุรกิจในอนาคตของ Quick Service ชัยนนท์บอกว่าพยายามมองหาบริการที่สามารถทำเงินได้ดี ใช้คนน้อย คนเดียวสามารถบริหารจัดการคนเดียวได้ เช่น งานรับบิลซึ่งเป็นงานที่มีลู่ทางที่ต่อยอดได้ แต่ที่มีเป้าหมายแน่นอนในตอนนี้คือ การเพิ่มสาขาให้ได้อีกอย่างน้อย 10 สาขา โดยจะเจาะหาลูกค้าผ่านเว็บไซต์ และทางแฟรนไชส์เซ็นเตอร์

    สำหรับท่านที่สนใจอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองเพื่อเป็นรายได้เสริมหรือรายได้หลัก ชัยนนท์ฝากบอกว่า ขอแค่ความพร้อม 3 อย่าง คือ เงินลงทุน มีคน และทำเล สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจร้าน Quick Service ได้ทันที ส่วนลูกค้าที่ต้องการทำธุรกรรมต่างๆ ก็สามารถไปใช้บริการ Quick Service ใกล้บ้านได้ทุกสาขา

    สนใจแฟรนไชส์ Quick Service ติดต่อได้ที่
    99/124 ม.4 ถ.วัชรพล แขวงคลองสาน เขตสายไหม กรุงเทพ 10220
    โทร. 08-6091-6872 คุณชัยนนท์
    Email: Quickserviceshop@gmail.com
    หรือคลิก www.quickserviceshop.com

    Story: บรรเจิดลักษณ์, อิคคิว
    photo: กมลชล วิเศษเสาวภาคย์
    ขายดี by แก้จน ปีที่ 9 ฉบับ 110 มกราคม 2556

    ธุรกิจซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง

    ธุรกิจซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง

    ความเป็นมา

    ธุรกิจซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง หรือธุรกิจการจัดทำสิ่งพิมพ์ที่ป้องกันการปลอมแปลงที่สามารถตรวจสอบได้ว่าจริงหรือปลอม เป็นธุรกิจที่มีผู้ครองส่วนแบ่งอยู่ในตลาดเพียงไม่กี่รายเท่านั้น เนื่องจากเป็นกิจการที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก รวมทั้งต้องอาศัยความไว้วางใจจากลูกค้า และทำธุรกรรมร่วมกันเป็นเวลายาวนาน

    บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เริ่มต้นดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ และพัฒนาเข้าสู่การทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ป้องกันการปลอมแปลงหรือธุรกิจซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง ในเวลาต่อมา โดยกิจการมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลายาวนานกว่า 80 ปี จนทำให้กิจการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาเป็นเวลาช้านาน บริษัทฯได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2533 มีทุนจดทะเบียน 140 ล้านบาท และในปัจจุบันมีคุณธนพล กองบุญมา ดำรงตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการของบริษัท

    การปฏิบัติที่ดี

    พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง


    คุณธนพลได้กล่าวว่า การดำเนินกิจการของบริษัทในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนานวัตกรรม การผลิต โดยนำระบบเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ซึ่งมีขั้นตอนในการพัฒนา ด้วยกันทั้งสิ้น 4 ขั้นตอน ได้แก่


  • ขั้นตอนแรก บริษัทเริ่มต้นดำเนินธุรกิจด้วยการทำ โรงพิมพ์ รับพิมพ์งานทั่วไป จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่สองทางบริษัทได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้เป็นหนึ่งในโรงพิมพ์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยให้พิมพ์ธนบัตร และพันธบัตรรัฐบาล

  • ขั้นตอนที่สอง เนื่องจากทางรัฐบาลได้ทำการจัดตั้งหน่วยงานในการผลิตพันธบัตรเอง จึงได้ยกเลิกการผลิตพันธบัตรให้รัฐบาล และทำให้บริษัทตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง โดยเปลี่ยนกลุ่มลูกค้ามาเป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยผลิตสินค้าประเภท สมุดฝากเงินและเช็ค ซึ่งทางบริษัท สามารถขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ โดยผลิตสินค้าให้กับธนาคารของประเทศในเอเซีย เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน เป็นต้น

  • ขั้นตอนที่สาม ทางบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูง จาก การลอกเลียนแบบ (High Security) เช่น แสตมป์ไปรษณีย์ อากรแสตมป์ และหนังสือเดินทาง ซึ่งก่อนหน้านี้ เป็นสินค้าที่ต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ

  • ขั้นตอนที่สี่ ก็คือ ในปัจจุบันนี้ ทางบริษัทกำลังก้าวสู่ขั้นตอนการเป็นผู้ผลิตบัตรพลาสติก เนื่องจากเห็นว่า ตลาดทางด้านบัตรพลาสติกนี้ มีแนวโน้มที่จะเติบโตและขยายตัวสูงกว่าสินค้าประเภทกระดาษ โดยมุ่งเจาะตลาดเฉพาะตลาดประเทศจีน และประเทศอินเดีย ซึ่งทางบริษัทใช้กลยุทธ์ทางด้านนวัตกรรมที่เด่นล้ำนำสมัย เป็นจุดแข่งขัน

    ขยายตลาดด้วยการออกงาน และการบอกต่อ

    ทางบริษัทมีกลยุทธ์หลักที่ใช้ในการสร้างและขยายตลาด คือ
  • การผลิตสินค้าให้ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
  • การประชาสัมพันธ์สินค้าในงานแสดงสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าประเภทธุรกิจสิ่งพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์
  • นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุด ที่ทำให้บริษัทสามารถขยายตลาดให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าได้ คือการอาศัยการบอกต่อของลูกค้า หรือ Word of Mouth เนื่องจากลูกค้าได้รับความพอใจในการใช้บริการของบริษัท จึงได้บอกต่อกันไป ปากต่อปาก นับตั้งแต่ในอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน

    สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ทำให้ได้ประโยชน์ด้านราคา

    สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของทางบริษัทในขณะนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
    1) ลูกค้าประเภทสถาบันการเงินหรือธนาคาร ผลิตสินค้า ประเภท สมุดเงินฝาก สมุดเช็ค ฯลฯ
    2) ลูกค้าประเภทธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมักจะมีจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาด โดยใช้ วิธีสะสมแต้ม คูปองลุ้นโชค ชิงรางวัล ฯลฯ
    3) ลูกค้าที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ผลิตสินค้าประเภท แสตมป์ไปรษณียากร อากรแสตมป์ เป็นต้น และเนื่องจากการซื้อสินค้าประเภทซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง นี้ เปรียบเสมือนการซื้อประกัน ซึ่งจะต้องใช้นวัตกรรมขั้นสูงในการผลิต จึงทำให้ราคาของสินค้าและบริการสูงกว่าสินค้าที่เป็นกระดาษธรรมดาอยู่ประมาณร้อยละ 10-15

    ปัจจัยความสำเร็จ

    สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ประสบความสำเร็จจนสามารถดำเนินกิจการ มาได้อย่างต่อเนื่องเวลายาวนานกว่า 80 ปี ก็คือ การพัฒนาและสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวเท่าทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในคุณภาพของสินค้าอีกด้วย นอกจากนี้แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การที่บริษัทสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเป็นที่พอใจให้กับลูกค้า โดยอาศัยช่างหรือพนักงานที่มีความรู้ ความชำนาญ จนลูกค้าเกิดความประทับใจและมีการบอกต่อกันไป จึงทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเป็นที่รู้จักของลูกค้า และช่วยให้บริษัทสามารถขยายตลาด สร้างฐานลูกค้าต่อไปได้ ...อ่านภายในเอกสารต่อคะ

    Keyword
    บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ธุรกิจซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง สิ่งพิมพ์ป้องกันการปลอมแปลง สิ่งพิมพ์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์

       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ธุรกิจซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด


  • โพสต์เอ็กซ์ PostEx

    โพสต์เอ็กซ์ PostEx
    ธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจบริการ บริการขนส่งสินค้า

    ความเป็นมา

    ผลจากการเติบโตและการสนันสนุนจากรัฐบาลที่มีต่อธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดย่อม (SMEs) ทำให้เกิดการหมุนเวียนใช้สินค้า การบริการ และการบริโภคในระบบเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิดความต้องการในการขนถ่ายสินค้าภายในระบบ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้ให้บริการ และผู้บริโภค

    ในอดีตที่ผ่านมา จะพบว่า ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์ในส่วนของภาคเอกชนนั้น จะมีให้เห็นเฉพาะธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งโดยทั่วไปจะให้บริการ หรือเน้นกับธุรกิจหรือองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ด้วยกัน เช่น การให้บริการขนส่งสินค้าของบริษัท เฟดเอ็กซ์ (FedEx) ดีเอชแอล (DHL) หรือ ทีเอนที (TNT) ที่ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่อยู่ในระดับสากลที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลกทั้งสิ้น

    ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าในระดับที่เป็นธุรกิจรากหญ้าหรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ภายในประเทศจริงๆนั้น ยังไม่เห็นเด่นชัด ทั้งๆที่มูลค่าของธุรกิจ SMEs ภายในประเทศนั้นมีมูลค่าที่สูงมาก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ก่อให้เกิดช่องว่างทางการตลาด สำหรับธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าสำหรับธุรกิจ SMEs ภายในประเทศ จึงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เกิด บริการขนส่งสินค้าโพสต์เอ็กซ์ (PostEx) โดยเน้นการให้บริการสำหรับธุรกิจ SMEs ของบริษัท โพสต์ เอ็กซ์เพรส คอมมูนิเคชั่น จำกัดขึ้น

    บริษัท โพสต์ เอ็กซ์เพรส คอมมูนิเคชั่น จำกัด ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2545 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 แสนบาท เพื่อทำธุรกิจในการให้บริการด้านจัดส่งสินค้า และพัสดุภัณฑ์ภายในประเทศในชื่อ โพสต์เอ็กซ์ โดยมีคุณสกล สิทธิวงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ และมีคุณธนพล เลอศักดิ์รัศมีดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทในปัจจุบัน

    สำหรับจุดเริ่มต้นของโพสต์เอ็กซ์ เริ่มขึ้นจากการที่คุณสกล เคยทำงานในบริษัท BPT Courier จำกัดมาก่อน ซึ่ง BPT เป็นบริษัทที่ให้บริการในด้านจัดส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ ธุรกิจด้านจัดส่งเป็นธุรกิจที่คนไทยมักจะไม่ค่อยได้เข้าไปสัมผัส ดังนั้นเมื่อคุณสกลได้เข้าไปสัมผัสกับงานด้านนี้ จึงรู้สึกชื่นชอบและมีความคิดว่าต้องนำระบบการขนส่งของที่นั่น กลับมาใช้ในประเทศไทย คุณสกลจึงตั้งใจทำงานเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ โดยทำงานอยู่ที่บริษัทดังกล่าว 3 ปี เพื่อเรียนรู้ระบบงานต่างๆ และเมื่อเห็นว่าจังหวะและความพร้อมมาถึง คุณสกลจึงได้นำประสบการณ์ รวมทั้งจุดเด่นของบริการด้านการขนส่งแบบคูเรีย (Courier) กลับเมืองไทย และร่วมกับผู้บริหารอีกหลายท่านของบริษัท โพสต์ เอ็กซ์เพรส จำกัด ก่อตั้งกิจการขึ้น

    ในปี 2545 หลังจากการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้เพียง 3 เดือน บริษัท โพสต์เอ็กซ์ฯ มีลูกค้าแล้วกว่า 100 ราย และลูกค้ารายใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง อาทิ เจมาร์ท และแบล็กแคนยอน เป็นต้น ทั้งนี้ ภายในปี 2546 บริษัทตั้งเป้าหมายว่า จะมีลูกค้าถึง 300 ราย และเน้นการขยายสาขาภายในกรุงเทพฯให้ได้อีก 30 แห่ง โดยจะอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้า 5 แห่ง ตั้งอยู่ที่อาคารสำนักงานต่างๆอีก 15 แห่ง และอีก 10 แห่งจะตั้งอยู่ในชุมชนเมืองเป็นหลัก ในขณะที่ในต่างจังหวัด จะดำเนินการขยายสาขาให้ได้ 10 แห่ง โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่ๆ เช่น อุดรธานี นครสวรรค์ สงขลา ภูเก็ต เชียงใหม่ และพิษณุโลก เป็นต้น

    การปฏิบัติที่ดี

    ในเบื้องต้นธุรกิจ โพสต์เอ็กซ์ (PostEx) ให้บริการธุรกิจจัดส่งเอกสาร พัสดุภัณฑ์ โดยเจาะกลุ่มตลาดที่มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจ SMEs เช่น ธุรกิจอาหารจานด่วน รถยนต์ มือถือ ค้าปลีก ธุรกิจขายตรง เป็นต้น ซึ่งจะให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีแผนที่จะขยายสาขา และขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ประการธุรกิจ SMEs โดยทั่วไป ปัจจุบัน บริษัทให้บริการการขนส่งโดยคิดค่าบริการการจัดส่งสินค้าตามจุดต่างๆโดยคิดจุดละ 50 บาท ต่อสินค้าที่มีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม โดยใช้รถตู้ที่เรียกว่า "คูเรียร์ เดลิเวอร์รี่" (Courier Delivery) โดยรถจะออกหมุนเวียนรับสินค้า ตามสาขาแต่ละแห่ง และ "คูเรียร์ ชัตเตอร์" (Courier Shuttle) จะรับส่งสินค้าจากสาขาไปส่งยังมือลูกค้า นอกจากนี้ยังมีการให้บริการแบบพิเศษเพื่อความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทจัดให้มีรถจักรยานยนต์พิเศษเพื่อให้บริการแบบด่วนหรือที่เรียกว่าแบบ "สปินเตอร์" (Sprinter) ที่พร้อมที่จะนำสินค้าไปส่งยังมือลูกค้า (Point-to-Point) ภายใน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ บริษัทยังมีการให้บริการเสริมในลักษณะอื่นๆ เช่น การขายตรา ไปรษณียากร การรับชำระค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ รวมถึงการรับทำ พ.ร.บ. ประกันรถยนต์

    บริษัทยังมีแผนงานในการขยายสาขาและการขายแฟรนไชส์ออกไป เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้า และการยอมรับจากลูกค้าให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะเป็นการสร้างความคุ้นเคย และความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นในการซื้อบริการนี้ อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนเฉลี่ยโดยรวมที่เกิดขึ้น

    การเข้าร่วมเป็นแฟรนไชส์ของบริษัท จะแบ่งเป็น 3 แบบ คือ
    1. แบบสาขาย่อยซึ่งจะต้องใช้เงินทุนทั้งหมดประมาณ 300,000 บาท
    2. แบบจุดบริการการรับส่งสินค้าและการบริการ 500,000 บาท
    3. แบบสาขาซึ่งจะต้องใช้เงินทุนทั้งหมดประมาณ 1 ล้านบาท

    โดยทั้งหมดนี้ ทางโพสต์เอ็กซ์จะลงทุนประมาณร้อยละ 50-60 ของเงินลงทุนทั้งหมด และช่วยเหลือสนันสนุนทางด้านเทคนิค โดยบริษัทจะทำการตบแต่งหน้าร้านให้ฟรี ดูแลด้านการตลาด อุปกรณ์เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายว่า ลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์จะต้องไปถึงจุดคุ้มทุนภายใน 2 ปี เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสะดวก รวดเร็ว และถูกต้องสำหรับการบริการด้านการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริษัทได้ลงทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยการนำต้นแบบมาจากประเทศออสเตรเลียเพื่อให้สอดคล้อง ต่อการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะธุรกิจกับธุรกิจหรือ (B-to-B) อีกทั้งยังเป็นการลดปัญหาและข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นภายในระบบและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการโดยรวม

    ปัจจัยความสำเร็จ
    การมองเห็นช่องว่างทางการตลาด
    จะเห็นได้ว่า ภายใต้การดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น ผู้ประกอบกิจการหรือผู้ลงทุนจะต้องมีความสามารถในการมองเห็นช่องว่างทางการตลาด หรือโอกาสทางการตลาดที่มีอยู่ จากนั้นจึงลงทุนหรือปฏิบัติตามวิธีการที่เหมาะสม ในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด นอกจากนี้แล้ว สำหรับปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้า พัสดุภัณฑ์นี้มีอยู่ด้วยกันหลายประการ ดังต่อไปนี้

    คุณภาพ ความรวดเร็ว ความถูกต้อง
    ซึ่งถือเป็นหลัก หรือความต้องการพื้นฐานของลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการให้บริการ บริการหน้าร้าน หรือสาขา คุณภาพของบุคลากร คุณภาพของระบบงานที่รองรับความรวดเร็วในการให้บริการและความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าที่จะต้องทำอย่างถูกต้อง และไม่สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับตัวสินค้าเอง สินค้าที่ถูกจัดส่งจะต้องไปถึงปลายทางตามระยะเวลาที่กำหนด

    การขยายสาขา การแสวงหาแนวร่วมใหม่
    การขยายสาขาและการขายแฟรนไชส์ ทำให้เกิดพันธมิตรร่วม อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรู้จักคุ้นเคย และตระหนักถึงการให้บริการแก่ลูกค้า และยังเป็นการลดต้นทุนเฉลี่ยโดยรวมอีกทางหนึ่ง

    การได้รับความไว้วางใจ จากลูกค้ารายใหญ่
    บริษัทได้รับความไว้วางใจจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่และน่าเชื่อถือ เช่น ดับเบิ้ลเอ เจมาร์ท ก๊อบปี๊ เซ็นเตอร์ และแบล็กแคนยอน ทำให้บริษัทมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ไว้วางใจสำหรับลูกค้า และมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการในส่วนของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

    การนำเอาระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยเข้ามาใช้

    ภายใต้การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพนี้ การนำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารและจัดการเป็นตัวที่กำหนดความสำเร็จตัวหนึ่งที่มีความสำคัญ ทั้งนี้เพราะกลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการนั้น ต่างต้องการความสะดวก ถูกต้อง รวดเร็ว ในการขนส่งสินค้า ซึ่งระบบสารสนเทศที่ดีจะมีส่วนช่วยในการเตรียมการและจัดการให้สินค้าได้ถูกส่งออกไปอย่างถูกต้อง ตรงเวลา และมีประสิทธิภาพ

    ข้อสรุปทางวิชาการ

    จากในกรณีศึกษาดังกล่าวนี้ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำหลักวิธีปฏิบัติที่ดีที่ทำให้ กิจการประสบความสำเร็จ มาเป็นแนวทางในการพิจารณาดำเนินธุรกิจได้หลายประการ เช่น
    • การมองเห็นช่องทางการตลาด จะเห็นได้ว่าบริษัท โพสต์เอ็กซ์ (PostEx) ได้ใช้โอกาสทางธุรกิจอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ จากนโยบายของรัฐและช่องว่างทางการตลาดที่มีอยู่ เป็นแรงผลักดันเบื้องต้นในการดำเนินธุรกิจ ทำให้สามารถแทรกเข้าไปอยู่ ในตำแหน่งผู้ทำธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้า พัสดุภัณฑ์ ในลำดับแรกๆของประเทศได้ ซึ่งก่อให้เกิดความได้เปรียบทางด้านการตลาด
    • การนำเอาระบบสารสนเทศ ระบบการกระจายสาขาและระบบแฟรนไชส์เข้ามาใช้ มีส่วนช่วยส่งเสริม ความแข็งแกร่งและเติบโตของธุรกิจในระยะยาวต่อไปได้

    Keyword ธุรกิจบริการ บริการขนส่งสินค้า บริษัท โพสต์ เอ็กซ์เพรส คอมมูนิเคชั่น จำกัด โพสต์เอ็กซ์ แฟรนไชส์


     ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา โพสต์เอ็กซ์ PostEx ธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจบริการ บริการขนส่งสินค้า

    ภิรมย์สปา โฮมสปาใจกลางกรุง

    ภิรมย์สปา โฮมสปาใจกลางกรุง

    คำนำ
    ความร่มรื่นของต้นจามจุรีต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมไปทั่วบริเวณบ้านหลังเก่าที่มีอายุราว 70 กว่าปี กับสวนขนาดย่อมล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ยิ่งเดินเข้าใกล้ตัวบ้านเท่าใด ก็จะยิ่งได้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหย คละคลุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน ผนวกกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงที่ฟังสบายๆ ขับกล่อมโสตประสาทสัมผัสทั้ง 4 ซึ่ง ได้แก่ รูป รส กลิ่น และเสียง ทำให้รู้สึกถึงการผ่อนคลาย เสมือนตกอยู่ในห้วงแห่งจินตนาการ และนี่ก็เป็นบรรยากาศ อีกรูปแบบหนึ่งของสปาที่อยู่ใจกลางเมือง "ภิรมย์สปา" การ์เด้นโฮมสปาแห่งแรกของไทย

    คุณกรณ์สรวง ภิรมย์ ผู้เนตมิตบ้านหลังเก่าให้เป็นสปาสุดคลาสสิค
    ความเป็นมา

    คุณกรณ์สรวง ภิรมย์ เจ้าของ ภิรมย์สปา เล่าว่าก่อนที่จะมาทำธุรกิจสปา เธอเคยทำงานทางด้านธุรกิจเสื้อผ้าส่งออกสำเร็จรูปมาก่อน ด้วยความที่ต้องเดินทางไปติดต่องานที่ต่างประเทศบ่อย เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในการเดินทางและปรับสมดุลย์ทางด้านร่างกาย และจิตใจ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้บริการ ทำให้เธอกลับมาคิดว่า ประเทศไทยก็มีของดีทั้งสมุนไพรไทย และกระบวนการหรือ วิธีการต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เช่นการอบสมุนไพร การนวดแผนไทย การอยู่ไฟ แล้วทำไมเราถึงไม่นำ กระบวนการต่างๆ เหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับสปาในบ้านเรา และผสมผสานกับวัฒนธรรมตะวันตกให้มีลักษณะหรือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งถือเป็น การสร้างคอนเซ็ปต์ ที่เด่นชัดให้กับธุรกิจสปาในบ้านเรา ความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2540 ทำให้คุณกรณ์สรวงตัดสินใจเลิกทำ ธุรกิจเสื้อผ้าส่งออก และหันมาศึกษาข้อมูลเรื่องของสปาอย่างจริงจัง พร้อมทั้งหาความรู้เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในสปา คุณกรณ์สรวง ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลที่ตั้งเป็น อย่างมากเพราะก่อนที่เธอจะประกอบธุรกิจสปา เธอได้สำรวจสถานที่ต่างๆ ที่ใกล้กับแหล่งชุมชน หลายแห่ง และมาลงตัวที่บ้านหลังเก่าในซอยสุขุมวิท หลังจากได้ตกลงเรื่องค่าเช่าสถานที่กับทางเจ้าของบ้านเรียบร้อยแล้ว เธอจึงออกแบบตกแต่งบ้านเก่า หลังนั้นให้เป็นสปาสไตล์คลาสสิค และเริ่มคัดเลือกพนักงานรวมทั้งจัดระบบการบริหารต่างๆ โดยเปิดดำเนินธรุกิจสปาภายใต้ชื่อ ภิรมย์สปา เมื่อปลายปี 2543

    การค้นหาช่องทางธุรกิจที่สามารถนำมาเป็นจุดขาย
    เสริมสร้างภาพลักษณ์ของสปา
    ด้วยภูมิปัญญาไทย
    จากการศึกษาในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ บวกกับประสบการณ์ที่ได้สัมผัสบริการสปา ในต่างประเทศทำให้คุณกรณ์สรวงได้ คิดค้นสูตรเฉพาะและโปรแกรมต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า โปรแกรมที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของภิรมย์สปาก็คือ การนำทานาคา thanaka มาใช้ในการรักษาผิวพรรณหลังถูกแดด ซึ่งทานาคมจัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อเสียงของประเทศพม่า มีคุณสมบัติพิเศษคือ การดูดความร้อนและปกป้องผิวจากแสงแดด สาวพม่าจะนิยมนำ thanaka มาพอกหน้าในช่วงหน้าร้อน และโปรแกรมอีกประเภทหนึ่งที่ลูกค้านิยมใช้บริการมากที่สุดก็คืน Tamarind and milk masque เป็นสูตรการบำรุงผิวด้วย มะขามและนมสด ทำให้ลูกค้าได้รับวิตามินจากธรรมชาติและรู้สึกถึงความผ่อนคลาย นอกจากนี้ ภิรมย์สปายังมีโปรแกรมที่พิเศษ สำหรับผู้หญิงหลังคลอดบุตรใหม่ๆ โดยโปรแกรมนี้มีชื่อว่า โปรแกรมเข้าอู่ ซึ่งเป็นการดึงเอาภูมิปัญญาไทยในสมัยก่อนมาใช้ ...อ่านต่อภายในเอกสารคะ


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ภิรมย์สปา โฮมสปาใจกลางกรุง

    ธุรกิจร้านขายยา

    ธุรกิจร้านขายยา

    ความเป็นมา

    ในช่วงเวลาที่ประเทศชาติประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ ทุกธุรกิจต่างกระทบกระเทือนด้วยเหตุที่กำลังซื้อของ ประชาชนลดถอยลงอย่างมาก ธุรกิจร้านยาถูกกระทบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าธุรกิจอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นการดำเนินนโยบาย 30 บาท รักษาได้ทุกโรคของรัฐบาลเกิดผลกระทบตรงต่อร้านยา มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนว่า กลุ่มลูกค้าของร้านเปลี่ยน พฤติกรรมจากการตัดสินใจซื้อยาไปใช้บริการในโรงพยาบาลของรัฐมากขึ้น ธุรกิจร้านยาจำนวนหนึ่งประสบปัญหาเกิด ความไม่แน่ใจว่าธุรกิจจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งเริ่มมองหาลู่ทางในการทำธุรกิจเสริม บางส่วนเริ่มทบทวนและปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น ดังนั้น เพื่อมิให้ผู้ประกอบ ธุรกิจร้านยาประสบปัญหาที่รุนแรงจึงควรมีการศึกษาเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อหาวิธีบริหารจัดการร้านยาให้อยู่ รอดได้ และหาโอกาสในการทำธุรกิจต่อเนื่องจากธุรกิจร้านยาเพื่อเป็นธุรกิจเสริม โดยให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาส ขยายหรือปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการอย่างมีระบบ มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน ป้องกันปัญหาความล้มเหลวในธุรกิจเสียแต่ต้น

    ผู้ประกอบร้านยาในภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว มีชมรม ร้านยาเป็นผู้ประสานให้มีการประชุมวิชาการ มีการจัดกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกหรือแก้ปัญหาให้แก่ สมาชิกเสมอมา ทำให้มีโอกาสในการกระตุ้นให้สมาชิกเห็นความสำคัญของการปรับระบบธุรกิจให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เช่น อาจปรับให้เป็นกิจการในระบบสากล ปรับเปลี่ยนการบริหารภายในให้เป็นระบบที่พร้อมด้วยแผนการตลาด แผนการจัดการ และแผนการเงิน หรือแม้กระทั่งการเข้าร่วมฝึกอบรม หรือสัมมนาเพื่อหาความรู้และประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อปฏิบัติงานที่จำเป็นต่างๆ เช่นการสร้างวิสัยทัศน์ การทำบัญชี การบริหารธุรกิจ การบริหารคลังเวชภัณฑ์ การ จัดเก็บรักษายาที่ถูกต้องและปลอดภัย เป็นต้น

    สถาบันพัฒนา SMES เครือข่ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เห็นประโยชน์ของการส่งเสริมให้ร้านยามีการบริหาร จัดการที่มีแผนงาน จึงได้ร่วมกับสถานปฏิบัติการเภสัชชุมชนในการทำแผนธุรกิจร้านยาต้นแบบขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างใน การบริหารร้านยาสมัยใหม่ที่มีมาตรฐานทั้งในเรื่องวิชาการทางยา เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า และมาตรฐานด้านการ บริหารจัดการเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น ผู้ประกอบการมีวิสัยทัศน์ ไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมซึ่งจะมีผลกระทบต่อธุรกิจของตนและสามารถป้องกันผลกระทบนั้นได้ในระดับหนึ่ง โดยคาดว่าการให้แนวคิด หรือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านยามีวิสัยทัศน์ เรียนรู้กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจ มีความสามารถจัดทำแผนธุรกิจ ของตนเองจะเป็นการให้โอกาสแก่ผู้ประกอบการร้านยาให้ ได้รับความรู้ที่ถูกต้อง สามารถปรับธุรกิจของตนให้เป็น ระบบ มีแผนธุรกิจร้านยาของตนเองเพื่อการพัฒนาอย่างถูกต้อง สามารถจัดหายุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาโดยใช้ กระบวนการทางบริหารจัดการเข้ามาช่วยเพื่อให้อยู่รอดได้ในโลกเศรษฐกิจใหม่ได้

    คณะผู้ศึกษาทำการศึกษาเรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาร้านยาในต่างจังหวัด การจัดทำและทดสอบแผนธุรกิจร้านยาต้นแบบ ได้เลือกใช้สถานปฏิบัติการเภสัชชุมชนเป็นร้านยาต้นแบบเพราะสถานปฏิบัติการ ดังกล่าว เป็นร้านยาของคณะเภสัชศาสตร์ จัดเป็นร้านยาที่มีความสมบูรณ์ ถูกต้องตามหลักวิชาการ ...อ่านต่อภายในเอกสารคะ


       ดาวน์โหลด : ตัวอย่างกรณีศึกษา ธุรกิจร้านขายยา